แนวทางการปฎิบัติของ นศท.

การปฏิบัติของ นศท.ตามวงรอบการฝึกวิชาทหาร

                      จากความต้องการของกองทัพและสังคมในปัจจุบัน ที่มุ่งหวังจะใช้การฝึกวิชาทหารเป็นเครื่องมือในการเสริมสร้างให้ นศท.เป็นกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพของกองทัพ ควบคู่ไปกับการปลูกฝังให้เป็นเยาวชนที่ดีของสังคม ดังนั้นเพื่อให้ นศท. ผกท.และผู้ปกครอง ได้เห็นถึงประโยชน์ของการฝึกวิชาทหารว่ามีผลดีแก่ตัว นศท. สังคม และประเทศชาติอย่างไร รวมทั้งให้เจ้าหน้าที่ของหน่วยฝึกวิชาทหารได้มีเป้าหมายที่ชัดเจนในการฝึก รร.รด.ศศท.จึงได้กำหนดคุณลักษณะของ นศท.ที่สามารถตอบสนองความต้องการของกองทัพเป็นเป้าหมายในการฝึกด้านยุทธการ และที่สามารถตอบสนองความต้องการของสังคมเป็นเป้าหมายในการฝึกด้านยุทธศาสตร์ ตามที่กำหนด

                      ๑. เป้าหมายในการฝึกด้านยุทธการ : เพื่อตอบสนองความต้องการของกองทัพ โดยการเสริมสร้างให้ นศท.เป็นกำลังพลสำรองที่มีคุณภาพ มีคุณลักษณะตามที่กำหนด

                          ๑.๑ มีลักษณะทหาร ความเป็นผู้นำ และยึดมั่นการปฏิบัติตามแบบธรรมเนียมทหาร

                          ๑.๒ มีความเข้มแข็ง อดทน ทั้งทางร่างกายและจิตใจ            

                          ๑.๓ มีความรู้ และทักษะความสามารถทางทหารตามระดับชั้นปีที่สำเร็จการฝึก

                          ๑.๔ มีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อประเทศชาติในฐานะกำลังพลสำรองของกองทัพ

                      ๒. เป้าหมายในการฝึกด้านยุทธศาสตร์ : เพื่อตอบสนองความต้องการของกองทัพและสังคม โดยการเสริมสร้างให้ นศท.เป็นเยาวชนที่ดีของสังคม มีคุณลักษณะตามที่กำหนด

                          ๒.๑ รักเทิดทูนและปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์    

                          ๒.๒ มีอุดมการณ์ความรักชาติ และภาคภูมิใจในความเป็นไทย 

                          ๒.๓ มีระเบียบวินัย เคารพและปฏิบัติตามกฎกติกาของสังคม

                          ๒.๔ มีจิตอาสาในการช่วยเหลือสังคม

                          ๒.๕ ห่างไกลยาเสพติด และเป็นผู้นำชุมชนในการรณรงค์ป้องกันและต่อต้าน

                          ๒.๖ รู้รักสามัคคี และมีส่วนร่วมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ให้กับคนในชาติ                     

                          ๒.๗ มีทัศนคติที่ดี เชื่อมั่น ศรัทธา และเป็นมวลชนที่เข้มแข็งของกองทัพ

                          ๒.๘ เป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างทหารกับประชาชน

                                                                   ----------------------------------

                      วงรอบการฝึกวิชาทหารในแต่ละปีการศึกษา ประกอบด้วยขั้นตอนการฝึกภาคปกติ การสอบภาคปฏิบัติ การสอบภาคทฤษฎี (เฉพาะ นศท.ชั้นปีที่ ๓ – ๕) และการฝึกภาคสนาม (เฉพาะ นศท.ชั้นปีที่ ๒ – ๕) ซึ่ง นศท.ทุกคนจะต้องปฏิบัติให้ครบทุกขั้นตอนที่กำหนดให้แต่ละชั้นปีปฏิบัติ จึงจะมีสิทธิเลื่อนชั้นปีหรือสำเร็จการฝึก     

                      ๑. การฝึกภาคปกติ คือการฝึกวิชาทหารตามเนื้อหาวิชาที่หลักสูตรกำหนด จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ให้กับ นศท. ณ หน่วยฝึกวิชาทหาร รวมทั้งการจัด นศท.ไปทำกิจกรรมต่างๆ ตามนโยบายที่ นรด.กำหนดในคำสั่งการฝึกประจำปีหรือที่สั่งการเพิ่มเติม โดยมีเกณฑ์การประเมินผลด้านเวลาเรียน ด้านคะแนนสอบ และด้านคะแนนความประพฤติ เป็นมาตรการกำกับดูแลและกระตุ้นให้ นศท.ประพฤติปฏิบัติตัวให้อยู่ในระเบียบวินัยและตั้งใจรับการฝึก ตามแนวทางที่กำหนด

                          ๑.๑ เข้ารับการฝึกให้ตรงตามวันและห้วงเวลาที่กำหนด

                                ๑.๑.๑ นศท.ชั้นปีที่ ๑ – ๓ ที่ฝึกแบบ ๔ ห้วงที่ ๑ จะฝึกสัปดาห์ละ ๑ ครั้งๆ ละ ๘ ชั่วโมง ในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๗๔๕ – ๑๖๐๐ จำนวน ๑๐ ครั้ง โดยจะเริ่มทำการฝึกตั้งแต่วันที่ ๒๓ มิ.ย. – ๒๖ ส.ค.๖๑

                                ๑.๑.๒ นศท.ชั้นปีที่ ๑ – ๓ ที่ฝึกแบบ ๑ จะฝึกสัปดาห์ละ ๑ ครั้งๆ ละ ๔ ชั่วโมง ในวันจันทร์ – วันศุกร์ รอบเช้า ตั้งแต่เวลา ๐๗๔๕ – ๑๒๐๐ รอบบ่าย ตั้งแต่เวลา ๑๒๔๕ – ๑๗๐๐ จำนวน ๒๐ ครั้ง โดยจะเริ่มทำการฝึกตั้งแต่วันที่ ๒๕ มิ.ย. - ๑๖ พ.ย.๖๑

                                ๑.๑.๓  นศท.ชั้นปีที่ ๑ – ๓ ที่ฝึกแบบ ๔ ห้วงที่ ๒ จะฝึกสัปดาห์ละ ๑ ครั้งๆ ละ ๘ชั่วโมง ในวันเสาร์ ตั้งแต่เวลา ๐๗๔๕ – ๑๖๐๐ จำนวน ๑๐ ครั้ง โดยจะเริ่มทำการฝึกตั้งแต่วันที่ ๑๕ ก.ย. - ๑๗ พ.ย.๖๑

                                ๑.๑.๔ นศท.ชั้นปีที่ ๔ – ๕ ที่ฝึกแบบ ๔ ห้วงที่ ๒ จะฝึกสัปดาห์ละ ๑ ครั้งๆ ละ ๘ ชั่วโมง ในวันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา ๐๗๔๕ – ๑๖๐๐ จำนวน ๑๐ ครั้ง โดยจะเริ่มทำการฝึกตั้งแต่วันที่ ๑๖ ก.ย. - ๑๘ พ.ย.๖๑

                          ๑.๒ ปฏิบัติแต่ละขั้นตอนให้ตรงตามเวลาที่กำหนดในระเบียบประจำ : รายละเอียดให้ศึกษาจากผนวก ง ประกอบคำสั่ง รร.รด.ศศท.ที่ ๒๙/๒๕๖๑

                                ๑.๒.๑ นศท.ที่ฝึกแบบ ๑ ในวันจันทร์ – วันศุกร์

                                       ๑.๒.๑.๑ ฝึกในรอบเช้า ต้องมารวมพลก่อนรับการฝึก ในเวลา ๐๗๔๕ – ๐๙๐๐ หลังจากนั้นจะเข้ารับการฝึกเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา ๐๙๐๐ – ๑๑๐๐ และพัก ๒๐ นาที ในเวลา ๑๑๐๐ – ๑๑๒๐ ก่อนรวมพลหลังรับการฝึกในชั่วโมงสุดท้าย ตั้งแต่เวลา ๑๑๒๐ – ๑๒๐๐ นศท.ที่ฝึกแบบ ๑ ในรอบเช้า ถ้ามาหลังเวลา ๐๘๐๐ จะถือว่ามาสาย และถ้ามาหลังเวลา ๐๙๐๐ จะถือว่าขาดการฝึก

                                        ๑.๒.๑.๒ ฝึกในรอบบ่าย ต้องมารวมพลก่อนรับการฝึก ในเวลา ๑๒๔๕ – ๑๔๐๐ หลังจากนั้นจะเข้ารับการฝึกเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา ๑๔๐๐ – ๑๖๐๐ และพัก ๒๐ นาที ในเวลา ๑๖๐๐ – ๑๖๒๐ ก่อนรวมพลหลังรับการฝึกในชั่วโมงสุดท้าย ตั้งแต่เวลา ๑๖๒๐ – ๑๗๐๐ นศท.ที่ฝึกแบบ ๑ ในรอบบ่าย ถ้ามาหลังเวลา ๑๓๐๐ จะถือว่ามาสาย และถ้ามาหลังเวลา ๑๔๐๐ จะถือว่าขาดการฝึก                                  

                              ๑.๒.๒ นศท.ที่ฝึกแบบ ๔ ในวันเสาร์หรือวันอาทิตย์ ทั้งห้วง ๑ และห้วง ๒                                       

                                       ๑.๒.๒.๑ ฝึกในช่วงเช้า ต้องมารวมพลก่อนรับการฝึก ในเวลา ๐๗๔๕ – ๐๙๐๐ หลังจากนั้นจะเข้ารับการฝึกเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา ๐๙๐๐ – ๑๑๐๐ และพักรับประทานอาหารกลางวันตั้งแต่ ๑๑๐๐ นศท.ที่ฝึกแบบ ๔ ในช่วงเช้า ถ้ามาหลังเวลา ๐๘๐๐ จะถือว่ามาสาย และถ้ามาหลังเวลา ๐๙๐๐ จะถือว่าขาดการฝึก

                                        ๑.๒.๒.๒ ฝึกในช่วงบ่าย ต้องมารวมพลก่อนรับการฝึก ในเวลา ๑๒๓๐ – ๑๓๐๐ หลังจากนั้นจะเข้ารับการฝึกเป็นเวลา ๒ ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา ๑๓๐๐ – ๑๕๐๐ และพัก ๒๐ นาที ในเวลา ๑๕๐๐ – ๑๕๒๐ ก่อนรวมพลหลังรับการฝึกในชั่วโมงสุดท้าย ตั้งแต่เวลา ๑๕๒๐ – ๑๖๐๐ นศท.ที่ฝึกแบบ ๔ ในช่วงบ่าย ถ้ามาหลังเวลา ๑๓๐๐ จะถือว่ามาสาย และถ้ามาหลังเวลา ๑๔๐๐ จะถือว่าขาดการฝึก

                          หมายเหตุ การนับเวลามาเรียนหรือการขาดเรียนของ นศท.จะนับเป็นครั้งๆ ละ ๔ ชั่วโมง ถ้าเป็นการฝึกแบบ ๑ ซึ่งฝึกครั้งละ ๔ ชั่วโมง ให้นับเป็น ๑ ครั้ง ถ้าเป็นการฝึกแบบ ๔ ซึ่งฝึกครั้งละ ๘ ชั่วโมง ให้นับเป็น ๒ ครั้ง ครั้งที่ ๑ ในช่วงเช้า ๔ ชั่วโมง และครั้งที่ ๒ ในช่วงบ่ายอีก ๔ ชั่วโมง นศท.คนใดที่ขาดการฝึกเกิน ๔ ครั้ง หรือ ๑๖ ชั่วโมง จะถูกระงับการฝึก ซึ่งจะทำให้หมดสิทธิเลื่อนชั้นปีหรือไม่สำเร็จการฝึก ต้องตกซ้ำชั้น (กรณีที่ถูกระงับการฝึก หาก นศท.มีความประสงค์จะฝึกต่อ ชุดครูปกครองจะให้ นศท.เขียนรายงานยอมรับสภาพ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าการฝึกในครั้งต่อๆ ไปจะไม่เป็นเหตุที่สามารถนำมาอ้างเพื่อขอรับสิทธิใดๆ ในภายหลัง)

                          ๑.๓ ลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานทุกครั้งที่มาฝึก : ในทุกครั้งที่มีการรวมพล นศท.ก่อนรับการฝึก ชุดครูปกครองจะทำการตรวจสอบการมาเรียนหรือการขาดเรียนของ นศท.ตามความเป็นจริง นศท.คนใดที่มาเรียนขอให้ลงลายมือชื่อด้วยตัวเองให้ชัดเจนในแบบฟอร์มตามที่กำหนด (กฝ.๓ – ๐๐๓) เพื่อให้สามารถใช้เป็นหลักฐานตรวจสอบหรือยืนยันเวลาเรียนของ นศท.ในภายหลังได้ นศท.คนใดที่ไม่ลงลายมือชื่อจะไม่ได้รับเวลาเรียน นศท.คนใดที่ลงลายมือชื่อแทนคนอื่นทั้งที่มาฝึกหรือไม่ได้มาฝึกก็ตามจะถือเป็นความผิดอย่างร้ายแรง นศท.คนใดที่ลงลายมือชื่อแล้วไม่เข้ารับการฝึก หรือไม่อยู่ในที่รวมพลเมื่อมีการตรวจสอบถึงแม้จะอยู่ภายในหน่วยฝึกวิชาทหารก็ตาม นอกจากจะไม่ได้รับเวลาเรียนแล้วยังจะถูกตัดคะแนนความประพฤติฐานหลีกเลี่ยงการฝึกอีกด้วย นศท.คนใดที่ให้หรือพยายามจะให้ผลประโยชน์กับใครก็ตามเพื่อแลกกับการได้เวลาเรียนโดยไม่ต้องเข้ารับการฝึก จะถูกตัดคะแนนความประพฤติจนพ้นสภาพจากการเป็น นศท.

                        ๑.๔ ตั้งใจรับการฝึกให้ครบตามเนื้อหาวิชาที่หลักสูตรกำหนด : เพื่อให้มีความรู้ และทักษะความสามารถตามระดับชั้นปีที่สำเร็จการฝึก รวมทั้งร่วมทำกิจกรรมต่างๆ ตามนโยบายที่ นรด.กำหนดในคำสั่งการฝึกประจำปีหรือที่สั่งการเพิ่มเติม ในระหว่างที่ นศท.เข้ารับการฝึก ทุกคนจะมีคะแนนสอบในการฝึกภาคปกติ จำนวน ๓๐๐ คะแนน ประกอบด้วย      

                                ๑.๔.๑ คะแนนประจำวิชา : นศท.ทุกชั้นปีจะมีคะแนนประจำวิชา คนละ ๑๕๐ คะแนน คะแนนนี้จะถูกแบ่งให้กับแต่ละวิชาที่จัดการฝึกให้กับ นศท.ในภาคปกติ โดยแต่ละวิชาจะมีคะแนนมากน้อยแตกต่างกันไปขึ้นกับความสำคัญของเนื้อหาและจำนวนชั่วโมงที่ทำการฝึกเป็นหลัก วิธีการประเมินผลเพื่อให้คะแนนในส่วนนี้ ครู – อาจารย์ ที่รับผิดชอบการฝึกสอนแต่ละวิชา จะเป็นผู้ให้คะแนน โดยพิจารณาจากผลการสอบ ซึ่งอาจมีทั้งการสอบความรู้ในท้ายชั่วโมงเรียน การสอบปฏิบัติในระหว่างการฝึก นอกจากนี้ยังจะดูจากความพร้อม ความตั้งใจ และความมีวินัยของ นศท.ในระหว่างที่เข้ารับการฝึก เป็นปัจจัยประกอบการให้คะแนนในส่วนนี้ด้วย

                                ๑.๔.๒ คะแนนงานมอบ : ในห้วงการฝึกภาคปกติ ครู – อาจารย์ ที่รับผิดชอบการฝึกสอนและครูปกครอง จะกำหนดงานมอบให้ นศท.ไปจัดทำเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่ม จำนวน ๒ ครั้ง โดยประเภทของงานที่มอบ โดยรวมจะเป็นพวกสื่อการเรียนการสอน เครื่องช่วยฝึกที่ต้องใช้ประกอบการฝึกสอนในวิชาต่างๆ บางส่วนอาจเป็นงานกิจกรรมตามนโยบายของหน่วยฝึกวิชาทหาร ของ นรด. หรือกิจกรรมในห้วงวันสำคัญ นศท.ทุกชั้นปีจะมีคะแนนงานมอบ คนละ ๑๐๐ คะแนน วิธีการประเมินผลเพื่อให้คะแนนในส่วนนี้ ครู – อาจารย์ ที่รับผิดชอบการฝึกสอนและครูปกครอง จะดำเนินการหลังจาก นศท.แต่ละคนหรือแต่ละกลุ่ม นำงานมอบมาส่งตามวันเวลาที่กำหนด โดยคะแนนที่ให้จะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณภาพของชิ้นงานว่าสามารถนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการได้หรือไม่

                                ๑.๔.๓ คะแนนร่วมกิจกรรม : นศท.ทุกชั้นปี จะมีคะแนนร่วมกิจกรรม คนละ ๕๐ คะแนน วิธีการประเมินผลเพื่อให้คะแนนในส่วนนี้ ครูปกครองที่รับผิดชอบ นศท.จะเป็นผู้ให้คะแนน โดยพิจารณาจากการที่ นศท.สมัครใจ หรือสถานศึกษาวิชาทหารให้ความร่วมมือในการจัด นศท.เข้าร่วมทำกิจกรรมกับหน่วยฝึกวิชาทหารในโอกาสต่างๆ โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่นอกเหนือจากห้วงการฝึก กิจกรรมที่อาจร้องขอให้ นศท.เข้าร่วม เช่น กิจกรรมที่แสดงออกถึงความจงรักภักดีและเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์ กิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ กิจกรรมสนับสนุนงานที่เป็นนโยบายของ คสช.และรัฐบาล รวมทั้งการเข้าร่วมในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนและสวนสนาม นศท.เป็นต้น

                          ๑.๕ ลาหรือขาดการฝึกเท่าที่จำเป็น : ระหว่างการฝึกภาคปกติหาก นศท.มีความจำเป็นสามารถลาหรือขาดการฝึกได้ แต่รวมกันทุกกรณีแล้ว (ลากิจ ลาป่วย ประสบอุบัติเหตุ เหตุสุดวิสัย หรืออื่นๆ) ต้องไม่เกินร้อยละ ๒๐ หรือ ๑๖ ชั่วโมง จากเวลาเรียนทั้งหมด ๘๐ ชั่วโมง ตามที่หลักสูตรกำหนด นศท.คนใดที่ลาหรือขาดการฝึกเกินกว่าร้อยละ ๒๐ หรือ ๑๖ ชั่วโมง โดยไม่เข้าเงื่อนไขการฝึกชดเชย หรือเข้าเงื่อนไขแต่ไม่สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องครบถ้วน และแล้วเสร็จทันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด นศท.จะถูกระงับการฝึกทันที ซึ่งจะมีผลทำให้หมดสิทธิเลื่อนชั้นปีหรือไม่สำเร็จการฝึก ต้องตกซ้ำชั้น (กรณีที่ถูกระงับการฝึก หาก นศท.มีความประสงค์จะฝึกต่อ ชุดครูปกครองจะให้ นศท.เขียนรายงานยอมรับสภาพ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าการฝึกในครั้งต่อๆ ไปจะไม่เป็นเหตุที่สามารถนำมาอ้างเพื่อขอรับสิทธิใดๆ ในภายหลัง)

                          ๑.๖ ขออนุมัติฝึกชดเชยเพื่อให้ได้รับสิทธินับเป็นเวลาเรียน : นศท.ที่มีความประสงค์จะขออนุมัติฝึกชดเชย เพื่อให้ได้รับสิทธินับเป็นเวลาเรียน จะต้องมีสาเหตุการลาหรือขาดการฝึกตามที่กำหนดเท่านั้น และจะต้องขออนุมัติและมาฝึกชดเชยให้ถูกต้องครบถ้วนและแล้วเสร็จทันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด

                                ๑.๖.๑ การลาหรือขาดการฝึกของ นศท.ต้องมีสาเหตุจากการไปทำกิจกรรมหรือเข้าร่วมโครงการต่างๆ ตามที่กำหนด

                                        ๑.๖.๑.๑ โครงการเพื่อส่งเสริมสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ซึ่งจัดโดยหน่วยงานราชการหรือองค์กรต่างๆ

                                        ๑.๖.๑.๒ โครงการของสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.)   

                                        ๑.๖.๑.๓ โครงการส่งเสริมโอลิมปิกวิชาการ และพัฒนามาตรฐาน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ (สอวน.)

                                        ๑.๖.๑.๔ โครงการประเมินผลคุณภาพการศึกษาระหว่างประเทศ หรือการสอบตรงเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

                                        ๑.๖.๑.๕ โครงการต่อต้านยาเสพติด ซึ่งจัดโดยหน่วยงานราชการหรือองค์กรต่างๆ      

                                        ๑.๖.๑.๖ โครงการของมูลนิธิการศึกษา และวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย –นานาชาติ (เอเอฟเอส ประเทศไทย)

                                        ๑.๖.๑.๗ โครงการแลกเปลี่ยนเยาวชนไทย – นานาชาติ       

                                        ๑.๖.๑.๘ การเป็นตัวแทนประเทศเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาระหว่างประเทศ กีฬาแห่งชาติ รวมถึงการเก็บตัวฝึกซ้อมในนามทีมชาติไทย

                                ๑.๖.๒ ต้องมีหนังสือขอความอนุเคราะห์ฝึกชดเชยจากสถานศึกษาวิชาทหาร พร้อมหลักฐานรับรองการทำกิจกรรมหรือเข้าร่วมโครงการที่น่าเชื่อถือจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง ส่งถึงหน่วยฝึกวิชาทหารที่ นศท.เข้ารับการฝึก อย่างช้าสุดไม่เกินที่วันสุดท้ายที่ นศท.ทำกิจกรรมหรือเข้าร่วมโครงการ   

                                ๑.๖.๓ นศท.ต้องมาฝึกชดเชยตามวันเวลาและปฏิบัติตามเงื่อนไขที่หน่วยฝึกวิชาทหารกำหนดให้ครบตามจำนวนชั่วโมงที่ได้รับอนุมัติให้ฝึกชดเชย

                                ๑.๖.๔ หากไม่สามารถปฏิบัติได้ถูกต้องครบถ้วน และแล้วเสร็จทันตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่กำหนด นศท.จะไม่ได้รับสิทธิให้นับเวลาที่ลาหรือขาดการฝึกเป็นเวลาเรียน ถึงแม้จะได้รับอนุมัติให้ฝึกชดเชยไปแล้วก็ตาม

                          ๑.๗ ไว้ทรงและตัดผมให้ถูกต้องตามระเบียบ : ในทุกขั้นตอนตามวงรอบการฝึก ตั้งแต่การรายงานตัวไปจนถึงการฝึกภาคสนาม โดยเฉพาะในห้วงเวลาที่ นศท.ต้องแต่งเครื่องแบบออกไปทำกิจกรรมต่างๆ ภายนอก ทั้งที่หน่วยฝึกวิชาทหารหรือสถานศึกษาวิชาทหารดำเนินการ หรือตามที่หน่วยงานอื่นๆ ขอรับการสนับสนุน นศท.จะต้องตัดผม ไว้ทรงผม ทำสีผม ใช้อุปกรณ์แต่งผมหรือจัดทรงผมให้ถูกต้องตามที่ระเบียบ นรด.ว่าด้วย การรับสมัครเป็นนักศึกษาวิชาทหารและการรายงานตัวเข้าฝึกวิชาทหาร พ.ศ.๒๕๖๑ กำหนด โดยจะมีชุดครูปกครองแต่ละกองร้อยทำการตรวจผม นศท.ในที่รวมพลทุกครั้งเมื่อ นศท.เข้ารับการฝึก

                                        ๑.๗.๑ นศท.ชั้นปีที่ ๑ – ๕ ชาย ต้องตัดผมสั้น ด้านข้างขาวทั้ง ๓ ด้าน โดยด้านบนยาวได้ไม่เกิน ๒ – ๓ เซนติเมตร

                                        ๑.๗.๒ นศท.ชั้นปีที่ ๑ – ๕ หญิง

                                        ๑.๗.๒.๑ หากไว้ผมยาว ต้องขมวดปลายผมให้เรียบร้อย ไม่ปล่อยผมยาวประบ่าหรือปรกบ่าจนปิดอินทรธนู                   

                                       ๑.๗.๒.๒ หากจำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ตกแต่งทรงผมประกอบ ก็ควรใช้กิ๊บหรือริบบิ้นขนาดเล็กที่เป็นสีเดียวกับสีผม                           

                                       ๑.๗.๒.๓ ห้ามไว้ผมเปีย ผมแกละ ผมทรงหางม้า ผมม้า (ผมปรกหน้า) หรือทรงผมอื่นที่ไม่เหมาะสม                      

                                       ๑.๗.๒.๔ ห้ามใช้ครีมแต่งผม หรือสารอื่นใดตกแต่งทรงผมให้มองดูแล้วเหมือนผมเปียก หรือมีสีผมผิดธรรมชาติ

                          ๑.๘ อยู่ในระเบียบวินัยอย่าให้ถูกตัดคะแนนความประพฤติ : ในห้วงการฝึก นศท.ต้องประพฤตปฏิบัติตัวให้อยู่ในระเบียบวินัยและตั้งใจรับการฝึก โดยเฉพาะหลังจากเข้ารับการฝึกไปแล้ว ๑๖ ชั่วโมง หน่วยฝึกวิชาทหารจะเริ่มการใช้มาตรการตัดคะแนนความประพฤติกับ นศท.อย่างจริงจัง และเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยยึดถือลักษณะความผิดและการตัดคะแนนความประพฤติตามจำนวนที่กำหนดในแบบฟอร์มผนวก ต ซึ่งโดยรวมจะเป็นความผิดสถานเบาและสถานกลาง ที่อยู่ในอำนาจของครูฝึกและผู้บังคับหน่วยฝึก เช่น มาสาย ผมยาว แต่งกายไม่เรียบร้อย สูบบุหรี่ ไม่สวมหมวกกันน็อกในขณะที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ ขัดคำสั่งครูฝึก หลีกเลี่ยงการฝึก กล่าวคำเท็จ ลงลายมือชื่อเพื่อให้ผู้อื่นได้รับเวลาเรียน แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมกับครูฝึก หากมีการกระทำความผิดสถานหนัก หรือในลักษณะอื่นที่นอกเหนือจากที่กำหนดจะยึดถือและดำเนินการตามระเบียบ นรด.ว่าด้วย การปกครองบังคับบัญชา การฝึกและการสอบนักศึกษาวิชาทหาร พ.ศ.๒๕๖๑ นศท.คนใดที่ถูกตัดคะแนนความประพฤติเกินกว่า ๕๐ คะแนน จากทั้งหมด ๑๐๐ คะแนน จะถูกระงับการฝึกทันที ซึ่งจะมีผลทำให้ นศท.หมดสิทธิเลื่อนชั้นปีหรือไม่สำเร็จการฝึก ต้องตกซ้ำชั้น (กรณีที่ถูกระงับการฝึก หาก นศท.มีความประสงค์จะฝึกต่อ ชุดครูปกครองจะให้ นศท.เขียนรายงานยอมรับสภาพ เพื่อเป็นหลักฐานยืนยันว่าการฝึกในครั้งต่อๆ ไปจะไม่เป็นเหตุที่สามารถนำมาอ้างเพื่อขอรับสิทธิใดๆ ในภายหลัง)

                          ๑.๙ ใส่ใจกับการปรับปรุงตนเองให้เป็น Smart รด.: เพื่อเสริมสร้างภาพลักษณ์ของ นศท.ที่ปรากฏต่อสังคมภายนอกให้เป็นที่ประทับใจแก่ผู้พบเห็น โดยให้ความสำคัญกับการทำความเคารพ การแต่งกาย และความมีน้ำใจ ตามคุณลักษณะที่กำหนดเป็นSmart รด. 

                                ๑.๙.๑ การทำความเคารพผู้ที่มีอาวุโสสูงกว่า โดยการแสดงความเคารพในท่าที่ถูกต้อง แข็งแรง และกล่าวคำสวัสดีด้วยเสียงอันดัง  

                                ๑.๙.๒ การแต่งกาย โดยการสวมหมวกให้ถูกต้องสวยงาม พับแขนเสื้อเหนือข้อศอกให้ได้ขนาดและระยะตามที่กำหนด (๔ นิ้วมือ) รวมทั้งการสวมห่วงขา และรัดท้อปให้เรียบร้อย

                                ๑.๙.๓ ความมีน้ำใจ โดยการให้เกียรติและเคารพสิทธิผู้อื่นด้วยการเข้าคิว

                          หมายเหตุ ในการรวมพลก่อนรับการฝึกที่ รร.รด.ศศท.ทุกครั้ง จะมีการตรวจระเบียบการแต่งกายของ นศท. โดยชุดครูปกครองที่รับผิดชอบ นศท.ที่ครูปกครองพิจารณาว่าแต่งกายดี ตัดผมถูกระเบียบ และมีลักษณะ Smart รด. จำนวน ๒๐ คนต่อกองร้อย จะได้รับบัตรซึ่งเรียกว่า “บัตรแสดงสิทธิแต่งกายดีและตัดผมตามระเบียบ” นศท.คนใดที่ได้รับบัตรหลังจากจบการชี้แจงในการรวมพลหลังรับการฝึก จะได้รับอนุญาตให้ปล่อยกลับได้เลย ส่วน นศท.ที่ไม่มีบัตรถ้ายังแต่งกายไม่ดีจะต้องอยู่ปรับปรุงในที่รวมพลจนกว่าจะดีถึงได้กลับ ใครที่ไม่ใส่ใจหรือไม่ปรับปรุงการแต่งกายจะถูกปรับปรุงวินัยในที่รวมพล และปล่อยกลับเป็นกลุ่มสุดท้าย ส่วน นศท.ที่ผมยาวหรือตัดทรงผิดระเบียบต้องอยู่ตัดผมจนกว่าจะแล้วเสร็จถึงจะกลับได้

                          ๑.๑๐ ต้องการใช้สิทธิจากโครงการไทยนิยมยั่งยืนให้ยื่นหลักฐาน : นศท.ที่ไปทำกิจกรรมสนับสนุนงานของรัฐบาลตามโครงการไทยนิยมยั่งยืนในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลตลอดห้วงเดือน ก.พ. – พ.ค.๖๑ ที่ผ่านมา และมีความประสงค์จะใช้สิทธิให้นับเวลาที่ไปทำกิจกรรมเป็นเวลาเรียน ให้นำหลักฐานการไปทำกิจกรรมฉบับตัวจริงที่เจ้าหน้าที่ รร.รด.ศศท.ออกให้ ไปยื่นให้กับหน่วยฝึกวิชาทหารที่รับผิดชอบ (ฝึกที่ รร.รด.ศศท.ยื่นที่ ผตก.รร.รด.ศศท.ฝึกที่ ศฝ.ย่อย นศท.ส่วนกลาง ยื่นที่เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและบันทึกเวลาเรียนของหน่วย) ภายใน ๒ สัปดาห์แรกที่กำหนดให้เข้ารับฝึก หากเลยเวลาจะไม่ได้รับสิทธิ และให้ นศท.ถ่ายสำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐานกับตัวอีก ๑ ฉบับ นศท.ที่ไปทำกิจกรรมและส่งหลักฐานตามที่กำหนด หน่วยฝึกวิชาทหารที่รับผิดชอบจะนับเวลาที่ไปทำกิจกรรมในแต่ละครั้งเป็นเวลาเรียนให้กับ นศท.ครั้งละ ๘ ชั่วโมง โดยจะใช้ทดแทนเวลาเรียนให้กับ นศท.ในห้วงที่ลาหรือขาดการฝึก

                          ๑.๑๑ ให้ความสำคัญกับการเป็นจิตอาสา : คือเป็นผู้ที่มีจิตใจที่พร้อมจะเสียสละเวลา แรงกาย และสติปัญญา เพื่อทำประโยชน์ให้กับสังคมส่วนรวม หรือช่วยเหลือความทุกข์ยากของผู้คน ด้วยความเต็มใจ ในห้วงการฝึกภาคปกติจะมีการรับสมัคร นศท.บางส่วนออกไปทำกิจกรรมบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ ตามที่กำหนดเป็นกรอบงานให้ รด.จิตอาสาปฏิบัติ หรือร่วมไปกับหน่วยงานราชการในพื้นที่และประชาชนจิตอาสา เพื่อไปทำกิจกรรมพัฒนาสภาพแวดล้อมและความเป็นอยู่ในชุมชนต่างๆ ตามโครงการจิตอาสาเราทำความดีด้วยหัวใจ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ขอให้ นศท.ที่จะสมัครไปเป็นจิตอาสาอย่างแท้จริง และไปทำกิจกรรมด้วยความตั้งใจทุ่มเทอย่างเต็มความสามารถ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของ นศท.

                          ๑.๑๒ ช่องทางติดตามและค้นหาข่าวสารเกี่ยวกับการฝึก นศท. : นอกจากจะติดตามค้นหาโดยการสอบถามจากครูปกครอง เจ้าหน้าที่ รร.รด.ศศท.ที่รับผิดชอบโดยตรง หรือทางไลน์ที่ รร.รด.ศศท.จะเชิญ นศท.เข้าร่วมกลุ่ม หรือทางเอกสาร สื่อประชาสัมพันธ์ที่เกี่ยวข้องแล้ว  นศท.ที่สนใจยังสามารถเข้าไปติดตามข่าวสาร หรือค้นหาข้อมูลได้จากเว็บไซด์ www.ruksadindan.comและ www.โรงเรียนรักษาดินแดน.com ซึ่งปัจจุบัน รร.รด.ศศท.กำลังเร่งปรับปรุงพัฒนาทั้งรูปแบบการนำเสนอให้น่าสนใจและฐานข้อมูลให้มีความหลากหลายและทันสมัย เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งจะใช้เว็บไซต์ดังกล่าวเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการตอบปัญหาข้อสงสัยให้กับผู้ที่สอบถามเข้ามา

                      ๒. การสอบภาคปฏิบัติ คือการทดสอบทักษะความสามารถของ นศท.ด้วยวิธีการให้ปฏิบัติและกำหนดให้มีการประเมินผล นศท.เป็นคะแนนสอบ จำนวน ๑๐๐ คะแนน ในปีการศึกษานี้การสอบภาคปฏิบัติให้กับ นศท.จะดำเนินการในห้วงปลายเดือน พ.ย. วิธีการประเมินผลเพื่อให้คะแนนในส่วนนี้กับ นศท. กรรมการที่รับผิดชอบแต่ละสถานีจะเป็นผู้ให้คะแนน ซึ่งจะพิจารณาจากทักษะความสามารถในการปฏิบัติของ นศท.ทั้งเป็นบุคคลหรือเป็นกลุ่ม ว่าสามารถปฏิบัติได้ถูกต้องตามเงื่อนไขที่กำหนดได้มากน้อยเพียงใด เงื่อนไขที่กำหนดให้ปฏิบัติในทุกสถานี จะเป็นไปตามเนื้อหาวิชาที่ นศท.ได้รับการฝึกในภาคปกติ ส่วนจำนวนสถานีที่จัดให้ นศท.เข้ารับการทดสอบจะมากน้อยเพียงใด ขึ้นอยู่กับจำนวน นศท.รวมทั้งทรัพยากรที่มีสนับสนุนและเวลาที่มีอยู่ นศท.ที่จะมีสิทธิสอบภาคปฏิบัติ ต้องมีเวลาในการฝึกภาคปกติไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ หรือ ๖๔ ชั่วโมง จากทั้งหมด ๘๐ ชั่วโมง ตามที่หลักสูตรกำหนด ต้องแต่งกายและตัดผมถูกต้องตามระเบียบ ส่งงานมอบและเข้าร่วมกิจกรรมครบตามที่กำหนด รวมทั้งต้องไม่ถูกตัดคะแนนความประพฤติเกินกว่า ๕๐ คะแนน และมีบัตรประจำตัว นศท.เป็นหลักฐานแสดงตัวตนให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ นศท.ที่มีสิทธิจะต้องมาสอบภาคปฏิบัติในวันจริงหรือวันเก็บตกตามวันเวลาที่กำหนดเท่านั้น นศท.คนใดที่ขาดสอบภาคปฏิบัติ จะหมดสิทธิเลื่อนชั้นปีหรือไม่สำเร็จการฝึก ต้องตกซ้ำชั้น

                      ๓. การสอบภาคทฤษฎี คือการทดสอบความรู้ด้านวิชาการของ นศท.ด้วยวิธีการให้ทำปัญหาสอบแบบปรนัยเลือกข้อ และกำหนดให้มีการประเมินผล นศท.เป็นคะแนนสอบ จำนวน ๒๐๐ คะแนน ในปีการศึกษานี้การสอบภาคทฤษฎีซึ่งจะดำเนินการในห้วงเดือน ธ.ค. ยังคงทำการสอบเฉพาะ นศท.ชั้นปีที่ ๓ – ๕ เท่านั้น นศท.ชั้นปีที่ ๑ – ๒ ไม่มีการสอบ วิธีการประเมินผลเพื่อให้คะแนนในส่วนนี้กับ นศท.จะพิจารณาตามจำนวนข้อสอบที่ นศท.สามารถเลือกคำตอบได้ถูกต้อง โดยขอบเขตของเนื้อหาที่นำมาออกข้อสอบ จะเป็นไปตามวิชาที่ นศท.ได้รับการฝึกสอนในภาคปกติ นศท.คนใดที่ตั้งใจเรียนตอบคำถามได้ถูกต้อง จะได้คะแนนในส่วนนี้ไปตามจำนวนข้อที่ทำได้ นศท.ที่จะมีสิทธิสอบภาคทฤษฎี ต้องผ่านการสอบภาคปฏิบัติ ต้องแต่งกายและตัดผมถูกต้องตามระเบียบ รวมทั้งมีบัตรประจำตัว นศท.เป็นหลั

Visitors: 265,605