แผนกวิชาทหารราบ

 

                                                  แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา เหล่าทหารราบ

                                          สำหรับทบทวนความรู้   นศท.ชั้นปีที่ ๒ ชาย จำนวน ๒๐ ข้อ

   
     
๑. ข้อใดกล่าวถูกต้อง          
  ก. เข้าตี ,   ตั้งรับ , ถอนตัว เป็นภารกิจหลักของ ค. เข้าตี ,   ตั้งรับ , ซุ่มโจมตี เป็นภารกิจหลักของ
    ทหารราบ     ทหารราบ    
  ข. เข้าตี ,   ตั้งรับ , ร่นถอย เป็นภารกิจหลักของ ง. เข้าตี ,   ตั้งรับ เป็นภารกิจหลักของทหารราบ  
    ทหารราบ          
๒. ทหารราบมีความสัมพันธ์กับทหารเหล่าอื่น   ๒ ลักษณะ คือ    
  ก. สสก. , สสช.   ค. สสช. , ชบร.    
  ข.  สสก. , สนน.   ง. รบ. , สสว.    
๓. ทหารราบเคลื่อนที่ด้วยเท้าเป็นหลักระยะกี่   กม./ชม.    
  ก. ๑ - ๒    กม./ชม.   ค. ๕ - ๖    กม./ชม.    
  ข. ๓ - ๔    กม./ชม.   ง. ๖ - ๗    กม./ชม.    
๔. น้ำหนักบรรทุกของทหารราบแต่ละบุคคลกี่   กก./คน    
  ก. ๒๐ - ๒๑    กก./คน   ค. ๒๕ - ๒๖    กก./คน    
  ข. ๒๒ - ๒๔    กก./คน   ง. ๒๗ - ๒๘    กก./คน    
๕. ข้อใดเรียงลำดับขนาดของหน่วยจากเล็กไปหาใหญ่ได้ถูกต้อง    
  ก.                                                                                                     
หมู่      หมวด     ตอน      กองร้อย      กองพัน
  ค.                                
ตอน    หมู่     หมวด        กองร้อย     กองพัน
   
  ข.                   
หมู่      ตอน      หมวด     กองร้อย     กองพัน
  ง.                 
หมวด    หมู่      กองร้อย     กองพัน
   
๖. วันทหารราบของไทยตรงกับวันที่เท่าไร      
  ก. ๒๓  กันยายน  ๒๔๓๕   ค. ๒๕    กันยายน  ๒๔๓๕    
  ข. ๒๔    กันยายน  ๒๔๓๕   ง. ๒๖    กันยายน  ๒๔๓๕    
๗. ใครคือบิดาของทหารราบไทย          
  ก. สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ค. พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว
  ข. สมเด็จพระนเรศวรมหาราช   ง. จอมพลสฤษดิ์ธนะรัชต์    
               
๘. หนึ่งกองพันทหารราบมีกี่กองร้อย   อวบ.      
  ก. ๓  กองร้อย   ค. ๕  กองร้อย    
  ข. ๔  กองร้อย   ง. ๖  กองร้อย    
๙. ตอน ค.๘๑   เป็นอาวุธในอัตราของหน่วยในระดับใด    
  ก. หมวด   ค. กองพัน    
  ข. กองร้อย   ง. กรม    
๑๐. ตอน ปรส.๑๐๖   เป็นอาวุธในอัตราของหน่วยระดับใด    
  ก. กองร้อย   ค. กรม    
  ข. กองพัน   ง. กองพล    
๑๑. หมวด ค.๖๐   เป็นหน่วยขึ้นสมทบของหน่วยระดับใด    
  ก. กองร้อย   ค. กรม    
  ข. กองพัน   ง. กองพล    
๑๒. ใน ๑ หมวด ค.๖๐   จะมี ค.๖๐ จำนวนกี่กระบอก    
  ก. ๓  กระบอก   ค. ๕  กระบอก    
  ข. ๔  กระบอก   ง. ๖  กระบอก    
๑๓. ใน ๑ หมู่ ปก.   มีปืนกล เอ็ม.๖๐ จำนวนกี่กระบอก    
  ก. ๒  กระบอก   ค. ๔  กระบอก    
  ข. ๓  กระบอก   ง. ๕  กระบอก    
๑๔. ในหมวด ปล.   ตำแหน่งที่มียศ ร.ท. คือตำแหน่งใด    
  ก. นายสิบประจำหมวด   ค. ผบ.มว.    
  ข. รอง ผบ.มว.   ง. พลยิงเครื่องยิงจรวด    
๑๕. หนึ่งหมวดปืนเล็กมีกำลังพล  ๕๐    นาย  แบ่งการจัดออกเป็น ๓ ส่วน   ดังนี้    
  ก. ๑ บก.หมวด , ๑   หมู่ ปก. , ๒ หมู่ ปล. ค. ๑ บก.หมวด , ๑   หมู่ ปก. , ๓ หมู่ ปล.  
  ข. ๑ บก.หมวด , ๒   หมู่ ปก. , ๓ หมู่ ปล. ง. ๑ บก.หมวด , ๓   หมู่ ปก. , ๒ หมู่ ปล.  
               
๑๖. อยากทราบว่าหัวหน้าชุดยิง   ก. มียศอะไร      
  ก. สิบเอก   ค. จ่าสิบโท    
  ข. จ่าสิบตรี   ง. จ่าสิบเอก    
๑๗. อยากทราบว่าผู้ที่มียศ   จ่าสิบเอก ในหมู่ปืนเล็ก คือตำแหน่งอะไร    
  ก. หัวหน้าชุดยิง ก.   ค. ผบ.หมู่ ปล.    
  ข. หัวหน้าชุดยิง ข.   ง. พลยิง เอ็ม.๒๐๓    
๑๘. อัตราจ่าพิเศษในหมู่ปืนเล็ก   หมายถึงตำแหน่งใด    
  ก. รอง ผบ.มว.ปล.   ค. ผบ.มว.ปล.    
  ข. นายสิบประจำหมวด   ง. พลยิงเครื่องยิงจรวด    
๑๙. อยากทราบว่า   เอ็ม.๒๐๓ อยู่ในส่วนใดของ มว.ปล.    
  ก. บก.มว.ปล.   ค. หมู่ ปล.    
  ข. หมู่ ปก.   ง. บก.หมู่ ปก.    
๒๐. ผบ.หมู่ ปล.   มียศอะไร          
  ก. สิบเอก   ค. ร้อยโท    
  ข. สิบโท   ง. จ่าสิบเอก    
               

 

                              แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา การเดินทางไกล และการพักแรม

                                     สำหรับทบทวนความรู้ นศท.ชั้นปีที่ ๒ ชาย 

         
                                                   จำนวน ๑๐  ข้อ          
           
๑. การเดินทางด้วยเท้าทางธุรการ  หมายถึงเป็นการเคลื่อนย้ายแบบใด          
  ก. การเคลื่อนย้ายโดยทั่วไปที่ไม่เกี่ยวข้องกับการรบ ค. เป็นการเคลื่อนย้ายหน่วยทหารจากตำบลหนึ่ง      
          ไปยังอีกตำบลหนึ่งในสถานการณ์ปกติ        
  ข. เป็นการเคลื่อนย้ายนอกยุทธบริเวณ ง. ถูกทุกข้อ          
๒. การเคลื่อนย้ายทางยุทธวิธีภายใต้สภาพการรบ  ไม่ว่าจะปะทะกับข้าศึกทางพื้นดินในไม่ช้า   ไม่ว่าจะปะทะ  
  ในระหว่างทางหรือไม่ก็ตามรูปขบวนรบ  หรือการเดินจะสิ้นสุดลงเมื่อใด          
  ก. เมื่อมีการปะทะกับข้าศึกทางพื้นดิน  หรือเมื่อได้เดิน ค. เมื่อหยุดเดิน          
    ไปถึงตำบลปลายทางแล้ว                
  ข. เมื่อไม่ปะทะกับข้าศึก   ง. เมื่อมีการระวังป้องกัน          
๓. เมื่อสถานการณ์บ่งว่า    อาจจะได้รับอันตรายจากการคุกคามของข้าศึกทางพื้นดิน  หน่วยทหารมักจะเดินใน        
  เวลาใด                
  ก.  เวลากลางวัน      ค. เวลาฝนตก          
  ข. เวลากลางคืน   ง. เวลาเดือนหงาย          
๔. การพักในชั่วโมงที่ ๒ จะพักได้กี่นาทีการพักประจำชั่วโมง ชั่วโมงแรกในการเดินจะพัก ๑๕ นาที  เดิน ๔๕ นาที 
  อยากทราบว่าการพักในชั่วโมงที่   ๒ จะพักได้กี่นาที          
  ก. ๑๐  นาที   ค. ๑๒  นาที          
  ข. ๑๕  นาที   ง. ๑๘  นาที          
๕. รูปขบวนการเดินทางยุทธวิธี  ตามปกติจะใช้รูปขบวนอะไร          
  ก. แถวตอนเรียงหนึ่ง   ค. แถวตอนเรียงสาม          
  ข. แถวตอนเรียงสอง   ง. รูปขบวนแบบใดก็ได้          
๖. อัตราความเร็วมาตราฐานในการเดินเท้า   ข้อใดกล่าวถูกต้อง          
  ก. เดินบนถนนกลางวัน   ๔ กม./ชม. ,  ค. เดินในภูมิประเทศกลางวัน   ๓ กม./ชม. ,      
    กลางคืน ๓.๒ กม./ชม.     กลางคืน ๒ กม./ชม.          
  ข. เดินในภูมิประเทศกลางวัน   ๒.๕ กม./ชม. , ง. เดินบนถนนกลางวัน   ๓.๕ กม./ชม. ,        
    กลางคืน ๑.๘ กม./ชม.     กลางคืน ๓ กม./ชม.          
๗. ใครเป็นผู้กำหนดพื้นที่พักแรม                
  ก. ตัวทหารเอง   ค. รองผู้บังคับหน่วย          
  ข. ผู้บังคับหน่วย   ง. ต่างคนต่างเลือก          
๘. ประเภทการพักแรมมีกี่ประเภท                
  ก. ๑  ประเภท   ค. ๓  ประเภท          
  ข. ๒  ประเภท   ง. ๔  ประเภท          
๙. ลักษณะพื้นที่พักแรมเป็นอย่างไร                
  ก. ใกล้เส้นทางคมนาคม   ค. มีพื้นที่กว้าง และชื้นแฉะ          
  ข. พื้นที่ราบเรียบไม่มีที่ปกปิดกำบัง ง. ถูกทุกข้อ          
๑๐. การระวังป้องกันในการพักแรมมีอะไรบ้าง            
  ก. การวางอำนาจการยิงรอบตัว   ค. การจัดหมู่ตรวจ          
  ข. การจัดยามรักษาการณ์   ง. ถูกทุกข้อ          
                     

                แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชาเหล่าทหารราบ สำหรับทบทวนความรู้  

                                นศท.ชั้นปีที่ ๓ ชาย จำนวน ๒๐ ข้อ

       
         
๑. ข้อใดคือ เครื่องหมาย เหล่าทหารราบ        
  ก.                                                                                   Bitmap            ค.                  Bitmap                 
               
               
               
  ข.                  Bitmap            ง.                  Bitmap                 
               
               
               
๒. ในการปฏิบัติการรบ   กองทัพบกถือว่าเหล่าทหารเหล่าใดเป็นเหล่าหลักในการรบ        
  ก. เหล่าทหารราบ   ค. เหล่าทหารม้า        
  ข. เหล่าทหารปืนใหญ่   ง. เหล่าทหารช่าง        
๓. เหล่าทหารที่มีหน้าที่ทำการรบทางพื้นดินซึ่งเป็นเหล่าที่มีหน้าที่สำคัญมาก   และเหน็ดเหนื่อยมากที่สุด
  ไม่ว่าจะเป็นการรบในรูปลักษณะใดก็ตาม   โดยทำการรบตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งการต่อสู้ประชิดตัวต่อตัว
  เป็นการปฏิบัติการรบของทหารเหล่าใด          
  ก. เหล่าทหารราบ   ค.  เหล่าทหารเสือ        
  ข. เหล่าทหารรบพิเศษ   ง. เหล่าทหารจู่โจม        
๔. การรบของเหล่าทหารราบที่มีความต้องการชัยชนะขั้นเด็ดขาดในการยึดที่หมาย  ทหารราบจำเป็นต้อง
  ได้รับการสนับสนุนจากเหล่าอื่น   ๆ หรือไม่        
  ก. ไม่จำเป็นรบเหล่าเดียว   ค. จำเป็นอย่างมาก        
  ข. ตามแต่ผู้บังคับบัญชาสั่ง   ง. ไม่แน่ใจ        
                   
                   
                   
๕. ในการปฏิบัติการรบทหารราบต้องได้รับการสนับสนุนทางการรบจากทหารเหล่าใดบ้าง        
  ก. เหล่าทหารม้ายานเกราะ   ค. เหล่าทหารช่าง        
  ข. เหล่าทหารปืนใหญ่   ง. ถูกทุกข้อ        
๖. จัดกำลังง่าย   ใช้กำลังจำนวนมากกว่าทหารเหล่าอื่น    และสามารถเคลื่อนที่ด้วยเท้าได้ระยะจำกัด ๓ – ๔        
  กม.ต่อชั่วโมง   เป็นคุณลักษณะของทหารราบในลักษณะใด        
  ก. ลักษณะทหารราบเป็นบุคคล   ค. ลักษณะโดยทั่วไป        
  ข. ลักษณะทหารราบเป็นหน่วย   ง. ลักษณะพิเศษของทหารราบ        
๗. ข้อใดเป็นภารกิจหลักที่สำคัญของทหารราบ        
  ก. การเข้าตีและลาดตระเวน   ค. การเข้าตีและการร่นถอย        
  ข. การเข้าตีและการตั้งรับ   ง. การเข้าตีและการรบหน่วงเวลา      
๘. ในการเข้าตี   เข้าประชิดข้าศึก ทำลายหรือจับเป็นเชลย และเข้ายึดภูมิประเทศสำคัญ        
  เป็นภารกิจของทหารเหล่าใด              
  ก. ทหารม้า   ค. ทหารราบ        
  ข. ทหารปืนใหญ่   ง. ทหารช่าง        
๙. ทหารราบในการปฏิบัติการรบ   ซึ่งเป็นเหล่าหลักในการรบจะมีสถิติการสูญเสียมากที่สุด        
  กว่าทหารเหล่าอื่นจริงหรือไม่                
  ก. ไม่จริง   ค. ไม่น่าใช่        
  ข. จริง   ง. ไม่มีข้อใดถูก        
๑๐. ทหารราบเป็นทหารเหล่าเดียวเท่านั้นที่มีบทบาทในการยึดครองภูมิประเทศ          
  ซึ่งทหารเหล่าอื่น   ๆ สามารถกระทำได้เป็นคำกล่าวที่ถูกต้องหรือไม่        
  ก. ถูกต้อง   ค. ไม่จำเป็น        
  ข. ไม่ถูกต้อง   ง. ผิดทุกข้อ        
๑๑. ลักษณะทั่วไปของ ทหารราบ คือข้อใด        
  ก. ใช้การเคลื่อนที่ด้วยเท้าเป็นหลัก ค. จัดกำลังง่าย        
  ข. ฝึกอบรมง่าย   อาวุธและวิธีรบของทหารรบ ง. ถูกทุกข้อ        
    ฝึกสอนง่าย              
๑๒. ทหารราบทำการเดิน ๑ ชั่วโมงจะได้ระยะทางประมาณ เท่าใด        
  ก. ๑ – ๒ กม.   ค. ๒ - ๓  กม.        
  ข. ๓ – ๔ กม.   ง. ๑๐  กม.        
๑๓. ขีดความสามารถในการรบของทหารราบ อย่างหนึ่งคือ        
  ก. รบได้เฉพาะที่ราบป่าภูเขา   ค. รบได้ทุกสภาพภูมิประเทศและลมฟ้าอากาศ        
  ข. รบได้ปฏิบัติการรบได้ในระยะเวลาสั้น ง. คล่องแคล่วในการเคลื่อนที่ทางน้ำ   ทางอากาศ  
๑๔. ขีดความสามารถของทหารราบในการปฏิบัติการรบ  ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง        
  ก. ปฏิบัติการรบได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ค. สามารถควบคุมพื้นที่  และประชากร       
  ข. ปฏิบัติการรบได้ทุกรูปแบบ   ง. ถูกทุกข้อ        
๑๕. ภารกิจหลักที่สำคัญของทหารราบคือ         
  ก. การเข้าตี    ค. การซุ่มโจมตี        
  ข. การตั้งรับ   ง. ข้อ ก และ ข้อ ข ถูก        
๑๖. อยากทราบว่า    กองพันทหารราบ มีกองร้อยอาวุธเบาจำนวนกี่กองร้อย        
  ก. ๑     กองร้อยอาวุธเบา   ค. ๓     กองร้อยอาวุธเบา        
  ข. ๒     กองร้อยอาวุธเบา   ง. ๔     กองร้อยอาวุธเบา        
๑๗. ทราบว่า    กองร้อย ที่มีอาวุธหนักยิงสนับสนุนให้กับกองพันทหารราบ คือกองร้อยอะไร        
  ก. กองร้อยสนับสนุนการรบ   ค. กองร้อยอาวุธเบาที่ ๑        
  ข. กองร้อยกองบังคับการ   ง. กองร้อยอาวุธเบาที่ ๓        
๑๘. อยากทราบว่า     กองร้อยอาวุธเบา    จะมีหมวดปืนเล็กอยู่จำนวนกี่หมวด        
  ก. ๒    หมวดปืนเล็ก   ค. ๔    หมวดปืนเล็ก        
  ข. ๓    หมวดปืนเล็ก   ง. ๕    หมวดปืนเล็ก        
๑๙. ทราบว่า   หน่วยยิงสนับสนุนที่มึในอัตราของกองร้อยอาวุธเบา คือ        
  ก. หมวดปืนเล็ก   ค. หมวด ค.๘๘ (๖๐ มม.)        
  ข. หมวดสื่อสาร   ง. หมวดยานยนต์        
                   
๒๐. หมวดปืนเล็ก ๑ หมวด จะมีหมู่ปืนเล็กจำนวนกี่หมู่        
  ก. ๖ หมู่ปืนเล็ก   ค. ๔ หมู่ปืนเล็ก        
  ข. ๕ หมู่ปืนเล็ก   ง. ๓ หมู่ปืนเล็ก        
                   
                   

                          แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา หมู่ในการเข้าตี สำหรับทบทวนความรู้

                                        นศท.ชั้นปีที่ ๓ ชาย จำนวน ๒๐ ข้อ

       
         
๑. การรบที่ต้องเคลื่อนที่เข้าไปให้ถึงตัวข้าศึก   เพื่อยึดดินแดน หรือพื้นที่ที่ข้าศึกยึดครองหมายถึงข้อใด
  ก. การรบด้วยวิธีรุก   ค. การรบแบบร่นถอย        
  ข. การรบด้วยวิธีรับ   ง. การถอนตัว        
๒. ข้อใดหมายถึง การเคลื่อนที่ทางยุทธวิธี        
  ก. การเคลื่อนย้ายที่กระทำนอกยุทธบริเวณ ค. การเคลื่อนย้ายที่กระทำนอกพื้นที่การรบ    
  ข. การเคลื่อนย้ายที่กระทำใต้สภาพการรบ ง. การเคลื่อนย้ายที่ยังอยู่ห่างไกลข้าศึก      
๓. การรบด้วยวิธีรุก   แบ่งขั้นการปฏิบัติเป็น ๒ ขั้น ได้แก่        
  ก. การเข้าตี , ปฏิบัติการเข้าตี   ค. เตรียมการเข้าตี   , เคลื่อนที่เข้าปะทะ      
  ข. เสริมความมั่นคง   , ปฏิบัติการเข้าตี ง. เคลื่อนที่เข้าปะทะ , การเข้าตี        
๔. หมู่ปืนเล็กปฏิบัติการเข้าตีได้   ๒ โอกาส ได้แก่        
  ก. เข้าตีเป็นอิสระ   , เข้าตีในกรอบของหมวด ค. เข้าตีในกรอบของหมวด   , เข้าตีในกรอบของ      
          กองร้อย        
  ข. เข้าตีเป็นอิสระ   , เข้าตีในกรอบของกองร้อย ง. ถูกทุกข้อ        
๕. ข้อใดคือ   ภารกิจของหมู่ปืนเล็กในการเข้าตี        
  ก. ตีโฉบฉวย   ค. ลาดตระเวน        
  ข. ซุ้มโจมตี   ง. เข้าประชิด ,   ทำลาย , จับข้าศึก      
๖. เวลาที่หน่วยเข้าตีผ่านแนวออกตีไปตามกำหนดเวลาโดยพร้อมเพียงกัน   หมายถึงข้อใด    
  ก. เวลาออกตี   ค. เวลาตะลุมบอน        
  ข. เวลาเข้าตี   ง. เวลายึดที่หมาย        
๗. เป็นตำบลสุดท้ายที่ให้การปกปิดกำบัง   และซ่อนพรางใกล้ ๆ แนวออกตี หมายถึงข้อใด    
  ก. ที่รวมพล   ค. ทิศทางเข้าตี        
  ข. ฐานออกตี   ง. จุดติดต่อ        
                   
                   
๘. มีพื้นที่กว้างพอที่จะกระจายกำลังได้เป็นลักษณะอันพึงประสงค์ของข้อใด      
  ก. ฐานออกตี   ค. ที่รวมพล        
  ข. แนวออกตี   ง. เขตปฏิบัติการ        
๙. ห่างจากที่หมาย   ๓๐๐ - ๑,๐๐๐ เมตร คือแนวอะไร        
  ก. แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย ค. แนวเขตปฏิบัติการ        
  ข. แนวออกตี   ง. แนวเส้นหลักการรุก        
๑๐. แนวที่ห่างจากที่หมาย   ๑๐๐ - ๑๕๐ เมตร คือ        
  ก. แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย ค. แนวเขตปฏิบัติการ        
  ข. แนวออกตี   ง. แนวเส้นหลักการรุก        
๑๑. ที่รวมพลจะห่างจากแนวออกตีระยะเท่าใด        
  ก. ๔๐๐  เมตร   ค. ๖๐๐  เมตร        
  ข. ๕๐๐  เมตร   ง. เดินไม่เกิน ๑ ชั่วโมง        
๑๒. เส้นทางซึ่งศูนย์กลางรูปขบวนของหมวดเข้าตี   พบข้าศึกต้องกวาดล้างให้หมด หมายถึง    
  ก. เส้นหลักการรบ   ค. ขั้นการเคลื่อนที่        
  ข. ทิศทางเข้าตี   ง. เส้นหลักการรบ        
๑๓. คำสั่งยุทธการของหมู่ปืนเล็กในการเข้าตีมักจะออกด้วยวิธีใด        
  ก. ด้วยวาจา   ค. เครื่องมือสั่งการ        
  ข. ลายลักษณ์อักษร   ง. ขึ้นอยู่กับเวลา        
๑๔. การออกคำสั่งยุทธการของ   ผบ.หมู่ ปืนเล็กมักจะออกที่ใด        
  ก. ที่รวมพล   ค. แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย      
  ข. ที่สามารถมองเห็นที่หมาย   ง. เขตปฏิบัติการ        
๑๕. กำลังข้าศึกเป็นข้อย่อยข้อใดของคำสั่งยุทธการ        
  ก. สถานการณ์   ค. การปฏิบัติ        
  ข. ภารกิจ   ง. การช่วยรบ        
                   
๑๖. แนวความคิดในการปฏิบัติเป้นข้อย่อยของคำสั่งยุทธการข้อใด        
  ก. สถานการณ์   ค. การปฏิบัติ        
  ข. ภารกิจ   ง. การช่วยรบ        
๑๗. ข้อใดเรียงหัวข้อคำสั่งการเข้าตีของ   ผบ.หมู่ ปล. ได้ถูกต้อง        
  ก. สถานการณ์ ,   ภารกิจ , การปฏิบัติ , การช่วยรบ ,  ค. สถานการณ์ ,   ภารกิจ , การช่วยรบ      
    การบังคับบัญชา   และการสื่อสาร            
  ข. ภารกิจ ,   สถานการณ์ , การปฏิบัติ , การช่วยรบ ง. การบังคับบัญชา   , การปฏิบัติ , ภารกิจ ,     
          การช่วยรบ , การสื่อสาร        
๑๘. ในการวางแผนการใช้เวลาของ   ผบ.หน่วย ควรใช้เวลาไม่เกินเท่าใดของเวลาที่มีอยู่    
  ก. ๑/๒   ค. ๑/๔        
  ข. ๑/๓   ง. ๑/๕        
๑๙. ในระหว่างที่   ผบ.มว.ปล. สั่งการเข้าตีแก่ ผบ.หมู่ ปล. นั้น ผบ.หมู่ ปก. จะปฏิบัติอย่างไร    
  ก. ออกลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศ ค. สั่งการกับหมู่ ปก.        
  ข. ร่วมรับคำสั่งการเข้าตีด้วย   ง. เคลื่อนย้ายกำลัง        
๒๐. ข้อใดเป็นลักษณะการใช้   หมู่ ปก. สนับสนุนการเข้าตี        
  ก. ตั้งยิงใกล้ ๆ   แนวออกตีทั้งสองกระบอก ค. ร่วมเคลื่อนที่ไปกับ   หมู่ ปล. ในการเข้าตี    
          ทั้ง ๒ กระบอก        
  ข. ตั้งยิงใกล้ ๆ   แนวออกตี ๑ กระบอก อีก ๑ กระบอก ง. ถูกทุกข้อ        
    ร่วมเคลื่อนที่กับหมู่ ปล.              
                   

                          แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา หมู่ ปล.ในแนวหน้าตั้งรับ - ถอนตัว  

                                    สำหรับทบทวนความรู้ นศท.ชั้นปีที่ ๓ ชาย

         
                                            จำนวน ๒๐ ข้อ          
           
๑. ความมุ่งหมายของการรบด้วยวิธีรับ   ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด          
  ก. เพื่อโอกาสที่จะกลับมาเป็นฝ่ายรุก ค. เพื่อทำลาย   หรือล่อให้ข้าศึกเข้ามาในพื้นที่ที่      
          เราต้องการ   และลดขีดความสามารถของข้าศึก        
          ตลอดจนขัดขวางข้าศึกเข้าสู่พื้นที่สำคัญ      
  ข. เพื่อออมกำลังในพื้นที่แห่งหนึ่ง   และทำการรบ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
    แตกหักในพื้นที่อีกแห่งหนึ่ง                
๒. การรบด้วยวิธีรับ   คืออะไร                
  ก. การขัดขวางข้าศึก   และทำลายข้าศึกในการรบ ค. เพื่อให้ได้รับชัยชนะอย่างเด็ดขาด        
    ด้วยวิธีรุก                
  ข. การใช้เครื่องมือที่มีอยู่ทั้งมวล   เพื่อป้องกันต้านทาน ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
    ทำลายการเข้าตีของข้าศึกด้วยการยึดรักษา          
    ภูมิประเทศ                
๓. แบบของการตั้งรับมีอยู่ด้วยกันกี่แบบ   อะไรบ้าง          
  ก. ๑  แบบ   การตั้งรับแบบวงกลม   ค. ๓  แบบ การตั้งรับแบบวงกลม , ตั้งรับแบบ      
          พื้นที่ , ตั้งรับแบบเคลื่อนที่          
  ข. ๒  แบบ การตั้งรับแบบพื้นที่ , การตั้งรับแบบ ง. ๔  แบบ การตั้งรับแบบวงกลม , ตั้งรับแบบ      
    เคลื่อนที่     พื้นที่ ,   ตั้งรับแบบเคลื่อนที่ , การตั้งรับแบบผสม    
๔. แนวความคิดในการตั้งรับแบ่งพื้นที่ออกเป็น   ๒ พื้นที่ คือ พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน และพื้นที่การรบ โดยมีแนว
  ขอบหน้าพื้นที่การรบเป็นแนวกั้นกลาง   อยากทราบว่าในพื้นที่ส่วนระวังป้องกันมีแนวสำคัญอยู่ ๒ แนว คือ  
  แนวอะไรบ้าง                
  ก. แนวพื้นที่ตั้งรับหน้า   และแนวกองรักษาด่านรบ ค. แนวกองรักษาด่านทั่วไป   และแนวกองรักษา      
          ด่านรบ          
  ข. แนวพื้นที่ตั้งรับหน้า   และแนวพื้นที่กองหนุน ง. แนวกองรักษาด่านทั่วไป   และแนวพื้นที่กองหนุน    
๕. ภารกิจในการตั้งรับของหมู่ปืนเล็ก   ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด          
  ก. เข้าประชิดข้าศึก   ทำลายข้าศึกโดยใช้อำนาจการยิง ค. การปฏิบัติซึ่งกำลังทั้งหมด   หรือบางส่วน      
          ของหน่วยผละออกจากการปะทะข้าศึก      
  ข. ผลักดันการเข้าตีของข้าศึก   และทำการตีโต้ตอบ ง. ยับยั้งข้าศึกไว้   ณ แนวขอบหน้าพื้นที่การรบ      
          ด้วยการยิง   ขับไล่ข้าศึกด้วยการรบประชิด      
๖. ขั้นเตรียมการตั้งรับของ   หมู่ ปล. มีอยู่ ๔ ขั้น ประกอบด้วยขั้นตอนอะไรบ้าง        
  ก. ขั้นตอนรับคำสั่ง   , ขั้นตอนลาดตระเวนตรวจภูมิ ค. ขั้นรับภารกิจ   , ขั้นการวางแผนขั้นต้น , ขั้นการ      
    ประเทศ ,   ขั้นการวางแผน , ขั้นการสั่งการ   ดัดแปลงที่มั่น   , ขั้นการจัดทำแผ่นจดระยะ      
  ข. ขั้นการปฏิบัติในที่รวมพล   , ขั้นการเคลื่อนย้ายเข้า ง. ขั้นรับภารกิจ   , ขั้นการปฏิบัติ , ขั้นการช่วยรบ      
    ประจำแนวตั้งรับ   , ขั้นการสั่งการตั้งรับ , ขั้นการ ขั้นการบังคับบัญชา   และการสื่อสาร        
    ดัดแปลงภูมิประเทศ   และเตรียมการอื่น ๆ          
๗. การจัดกำลังภายในหมู่   ปล. มีกำลัง ๑๑ นาย ตามตำแหน่ง ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง        
  ก. ผู้บังคับหมู่   ๑ นาย , หน.ชุดยิง ๒ นาย , ค. ผู้บังคับหมู่   ๑ นาย , หน.ชุดยิง ๒ นาย ,       
    พล.ปล.อัตโนมัติ   ๒ นาย , พลยิงเอ็ม.๒๐๓  ๒ นาย   พล.ปล.อัตโนมัติ   ๒ นาย,พลยิงเอ็ม.๒๐๓ ๔ นาย     
    และ พล.ปล. ๔ นาย     และพล.ปล. ๒ นาย          
    ผู้บังคับหมู่   ๑ นาย , หน.ชุดยิง ๒ นาย ,              
  ข. ผู้บังคับหมู่   ๑ นาย , หน.ชุดยิง ๔ นาย ,  ง. ผู้บังคับหมู่   ๑ นาย , หน.ชุดยิง ๒ นาย ,       
    พล.ปล.อัตโนมัติ   ๒ นาย , พลยิงเอ็ม.๒๐๓  ๒ นาย   พล.ปล.อัตโนมัติ   ๔ นาย,พลยิงเอ็ม.๒๐๓ ๒ นาย    
    และ พล.ปล. ๒ นาย     และ พล.ปล. ๒ นาย          
๘. ผู้บังคับ หมู่   ปล. และ หน.ชุดยิงมียศอะไร            
  ก. ผู้บังคับหมู่   ปล. ยศ รท. / หน.ชุดยิง ยศ จ.ส.อ. ค. ผู้บังคับหมู่   ปล. ยศ จ.ส.อ. / หน.ชุดยิง ยศ ส.อ.    
  ข. ผู้บังคับหมู่   ปล. ยศ รต. / หน.ชุดยิง ยศ ส.อ. ง. ผู้บังคับหมู่   ปล. ยศ ส.อ. / หน.ชุดยิง ยศ ส.ต.      
                     
                     
                     
๙. คำสั่งการรับของหมู่ ผบ.หมู่จะเขียนรายละเอียด และสั่งการด้วยวาจาหรืออีกอย่างหนึ่งเรียกว่า "คำสั่งยุทธการ"          
  มีอยู่ด้วยกันกี่หัวข้ออะไรบ้าง          
  ก. ๒  ข้อ    ๑.สถานการณ์  ๒.ภารกิจ ค. ๔  ข้อ    ๑.สถานการณ์  ๒.ภารกิจ          
          ๓.การปฏิบัติ    ๔.การช่วยรบ          
  ข. ๓  ข้อ    ๑.สถานการณ์  ๒.ภารกิจ  ๓.การปฏิบัติ ง. ๕  ข้อ ๑.สถานการณ์ ๒.ภารกิจ ๓.การปฏิบัติ        
          ๔.การช่วยรบ   ๕.การบังคับบัญชาและการสื่อสาร     
๑๐. หลัง ผบ.หมู่   ปล. ได้รับคำสั่งการตั้งรับแล้ว ผบ.หมู่ หรือผบ.หน่วยทุกระดับ   จะต้องระเบียบการนำหน่วยมาใช้
  ซึ่งในระเบียบการนำหน่วยมีอยู่ด้วยกัน ๘ ข้อ เริ่มตั้งแต่ รับภารกิจ , ออกคำสั่งเตรียม , วางแผนขั้นต้น , การ
  เคลื่อนย้ายหน่วยที่จำเป็น   , ลาดตระเวน , ตรวจภูมิประเทศ , ทำแผนสมบูรณ์ , การสั่งการ และข้อสุดท้าย
  ที่ขาดไม่ได้   คือ                
  ก. การตกลงในใช้หน่วย   ค. การจัดเตรียมอุปกรณ์ประจำกาย        
  ข. การกำกับดูแล   ง. การดัดแปลงภูมิประเทศ          
๑๑. การวางกำลังตั้งรับของหมู่ ปล. จะวางกำลัง ณ   แนวขอบหน้าพื้นที่การรบ ซึ่งการวางกำลัง ๑ หมู่ ปล. จะวาง          
  กำลังกว้างด้านหน้าของหมู่ในระยะเท่าใด          
  ก. ๑๐ - ๑๐๐ เมตร   และไม่เกิน ๑๒๕ เมตร ค. ๓๐ - ๑๐๐ เมตร   และไม่เกิน ๑๒๕ เมตร      
  ข. ๒๐ - ๑๐๐ เมตร   และไม่เกิน ๑๒๕ เมตร ง. ๔๐ - ๑๐๐ เมตร   และไม่เกิน ๑๒๕ เมตร      
๑๒. ในการการวางกำลังตั้งรับของ หมู่ ปล.   ในแนวขอบหน้าพื้นที่การรบ ยังมีการจัดกำลังส่วนป้องกันเฉพาะตำบล          
  ไว้อีกโดยจัดกำลังพลภายในหมู่ ปล.   เพื่อแจ้งเตือนการเล็ดลอดแทรกซึมการเข้ามาของข้าศึก ส่วนป้องกันเฉพาะ          
  ตำบลนี้จะจัดไว้ห่างจากแนวขอบหน้าพื้นที่การรบออกไปไม่เกิน   ๔๐๐ เมตร ในเวลากลางวันเป็นยามคอยเหตุ
  ในเวลากลางคืนจัดเป็นที่ฟังการณ์   หรือหมู่ตรวจ การจัดยามคอยเหตุในเวลากลางวัน จะจัดจุดละกี่นาย  
  ก. ๑ - ๒  นาย   ค. ๓ - ๖  นาย          
  ข. ๒ - ๔  นาย   ง. ๔ - ๘  นาย          
                     
                     
                     
๑๓. ลำดับการดัดแปลงภูมิประเทศในการตั้งรับ   มีลำดับความเร่งด่วนในการดัดแปลงภูมิประเทศให้ยึดถือ และเป็น
  หนทางในการปฏิบัติก่อนหลัง   ในการดัดแปลงภูมิประเทศ ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด      
  ก. การถากถางพื้นการยิง   , การขุดหลุมบุคคล ค. การดัดแปลงภูมิประเทศเพิ่มเติม   และ        
          การขุดคูติดต่อ          
  ข. การพราง ,   การจัดทำเครื่องกีดขวาง ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
๑๔. หลังจาก หมู่   ปล. ปฏิบัติขั้นตอนของการเตรียมการตั้งรับเสร็จเรียบร้อยแล้ว ขั้นต่อไปคือ   การปฏิบัติการตั้งรับ
  และการควบคุมการยิงทหารทุกคนจะต้องมีหน้าที่   และปฏิบัติตามหลักของการตั้งรับ ซึ่งข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง
  ก. ต้องเตรียมพร้อมในที่มั่นของตน   และตรวจการณ์ไป ค. จะเปิดการยิงเองโดยพละการไม่ได้   การเริ่มยิง    
    ข้างหน้าตลอดเวลา     ครั้งแรกจะต้องได้รับคำสั่งจาก   ผบ.หมู่      
  ข. เมื่อทหารผู้ใดตรวจพบข้าศึกต้องรายงานให้   ผบ.หมู่ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
    ทราบทันที                
๑๕. การปฏิบัติการร่นถอย   คือการเคลื่อนย้ายไปข้างหลัง หรือออกห่างจากข้าศึกอย่างมีระเบียบการร่นถอยอาจจะ
  ถูกบังคับ   หรือด้วยความสมัครใจก็ได้ การร่นถอยแยกประเภทได้เป็นกี่ประเภท อะไรบ้าง      
  ก. ๑  ประเภท   การถอนตัว   ค. ๓  ประเภท การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา , การถอย    
          การถอย          
  ข. ๒  ประเภท การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา ง. ๔  ประเภท การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา ,       
          การถอย และการตีโต้ตอบ          
๑๖. การถอนตัว   คือการปฏิบัติซึ่งกำลังทั้งหมด   หรือบางส่วนโดยผละออกจากการปะทะกับข้าศึกมีวิธีการปฏิบัติการ
  ถอนตัวอยู่ด้วยกัน   ๒ วิธี อะไรบ้าง                
  ก. การถอนตัวในเวลากลางวัน   และการถอนตัวในเวลา ค. การถอนตัวเมื่อถูกข้าศึกตรวจพบ   และการ      
    กลางคืน     ถอนตัวเมื่อเครื่องบินข้าศึกโจมตี        
  ข. การถอนตัวเมื่อถูกกระสุนปืนใหญ่ระดมยิง   และ ง. ถูกทุกข้อ          
    การถอนตัวเมื่อตรวจพบรถถังข้าศึก            
                     
                     
๑๗. การถอนตัวในเวลากลางคืนเป็นการถอนตัวเมื่อข้าศึกไม่กดดัน   หรือไม่มีการปะทะกับข้าศึกกระทำเป็นความลับ          
  และใช้มาตรการลวง   จึงจำเป็นจะต้องจัดให้มีส่วนที่เหลือไว้ปะทะ   สำหรับส่วนเหลือไว้ปะทะจะจัดกำลังในอัตรา          
  ส่วนเท่าใด          
  ก. ๑ ใน ๒   ค. ๑ ใน ๔          
   ข. ๑ ใน ๓   ง. ถูกทุกข้อ          
๑๘. ภารกิจของส่วนที่เหลือไว้ปะทะ ข้อใดกล่าวถูกต้อง          
  ก. ป้องกันการถอนตัวของกำลังส่วนใหญ่ ค. การปฏิบัติของหน่วยซึ่งถอนตัวไปโดยไม่ถูกบีบ    
          บังคับใด ๆ จากข้าศึก          
  ข. การปฏิบัติของหน่วยในแนวหน้าทำการสู้รบลง ง. ถูกทุกข้อ          
    มาข้างหลัง                
๑๙. ภารกิจของหมู่ ปล.   ในการตั้งรับเพิ่มเติมอำนาจการยิงให้กับ มว.ปล.   เพื่อหยุดข้าศึกด้วยการยิงไปยังขอบหน้า          
  พื้นที่การรบ และยับยั้งข้าศึกเมื่อเคลื่อนที่เข้ามาด้วยการยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย หมู่ ปก. มีขีดความสามารถ          
  ในการปฏิบัติการตั้งรับอย่างไร                
  ก. ให้การยิงวิธียิงเล็งตรงได้อย่างหนาแน่น ค. ยิงเป้าหมายอย่างได้ผลในระยะถึง        
  ข. มีอำนาจการยิงต่อเนื่องในห้วงเวลายาวนาน ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
๒๐. หมู่ ปก. เป็นอาวุธยิงสนับสนุนให้กับ มว.ปล.   ซึ่งการจัดกำลังของ มว.ปล. นศท.ได้ศึกษามาแล้วในหมู่ ปก. จะมี          
  ปก.อยู่ ๒ กระบอก   มีกำลังพลภายในหมู่ ๙ นาย การจัดกำลังพลของ หมู่ ปก. ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด          
  ก. ผบ.หมู่   ปก.  ๑    นาย  พลยิง ปก.  ๒    นาย   ค. ผบ.หมู่   ปก.  ๑    นาย  พลยิง ปก.  ๔    นาย      
    พลยิงผู้ช่วย  ๒    นาย  พลกระสุน  ๔    นาย พลยิงผู้ช่วย  ๒    นาย  พลกระสุน  ๒    นาย      
  ข. ผบ.หมู่   ปก.  ๑    นาย  พลยิง ปก.  ๒    นาย ง. ผบ.หมู่   ปก.  ๑    นาย  พลยิง ปก.  ๒    นาย       
    พลยิงผู้ช่วย  ๔    นาย  พลกระสุน  ๒    นาย  พลยิงผู้ช่วย    ๓  นาย  พลกระสุน    ๓  นาย      
                     
                     

 

                      แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา ภารกิจ ขีดความสามารถ และการจัดหน่วยทหารราบ            
                                                 นศท.ชั้นปีที่ ๔   หญิง จำนวน ๒๐ ข้อ          
           
๑. ทหารมีหน้าที่ทำการรบตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั่งต่อสู้ในระยะประชิด   เพื่อแย่งยึดพื้นที่ที่ข้าศึกยึดครองอยู่มาเป็น          
  ของฝ่ายเรา          
  ก. รบพิเศษ   ค. ทหารม้า          
  ข. ทหารราบ   ง. ทหารปืนใหญ่          
๒. ทหารราบเคลื่อนที่ด้วยเท้าได้ระยะกี่ กม. ต่อ ชั่วโมง          
  ก. ๒ - ๓ กม./ชม.   ค. ๔ - ๕ กม./ชม.          
  ข. ๓ - ๔ กม./ชม.   ง. ๕ - ๖ กม./ชม.          
๓. ทหารราบมีน้ำหนักบรรทุกประจำกายประมาณกี่   กม./คน          
  ก. ๑๘ – ๒๐  กก.   ค. ๒๒ – ๒๔  กก.          
  ข. ๒๐ – ๒๒  กก.   ง. ๒๔ – ๒๖  กก.          
๔. ข้อใดเป็นลักษณะของทหารรราบเป็นบุคคล          
  ก. หาคนง่ายฝึกทำหน้าที่ได้เร็ว   ค. ใช้อาวุธยิง ฟัน แท่งได้ดี          
  ข. ค่าใช้จ่าย และค่าบำรุงไม่แพง   ง. ถูกทุกข้อ          
๕. ทหารเหล่าใดมีหน้าที่สนับสนุนการช่วยรบ   แก่ทหารราบ          
  ก. ทหารเหล่าแพทย์   ค. ทหารเหล่าปืนใหญ่          
  ข. ทหารเหล่าม้า   ง. ทหารเหล่าสื่อสาร          
๖. บก.มว.ปล.   มีกำลังพลกี่นาย                
  ก. ๕  นาย   ค. ๙  นาย          
  ข. ๘  นาย   ง. ๑๑  นาย          
๗. หมู่   ปก.เอ็ม๖๐  มีกำลังพลกี่นาย และมี   ปก.เอ็ม.๖๐ กี่กระบอก          
  ก. ๘  นาย /   ๒  กระบอก   ค. ๙  นาย /   ๒  กระบอก          
  ข. ๘  นาย /   ๓  กระบอก   ง. ๙  นาย /   ๓  กระบอก          
                     
๘. บก.มว. ๘ นาย ,   หมู่ ปก.เอ็ม.๖๐ ๙ นาย , หมู่ ปล. ๓ หมู่    หมู่ละ  ๑๑  นาย    เป็นการจัดกำลังของหน่วยใด  
  ก. มว.ปล.   ค. มว.บริการ          
  ข. มว.ค.๘๘   ง. มว.ปก.เอ็ม.๖๐          
๙. อะไรที่ไม่ใช่ภารกิจของทหารราบ                
  ก. เข้าประชิดข้าศึก   ค. ซักถามเชลยศึก          
  ข. จับทำลายข้าศึก   ง. ผลักดันการเข้าตี          
๑๐. ขีดความสามารถของกองพันทหารราบ  คือ          
  ก. สามารถจัดให้มีฐานยิง  และดำเนินกลยุทธได้ ค. สามารถรบได้ทุกรูปแบบ          
  ข. สามารถรบได้ทุกสภาพลมฟ้าอากาศ ง. สามารถรบได้ตามลำพัง          
๑๑. ภารกิจหลักของกองพันทหารรบ  มีกี่ภารกิจ          
  ก. ๑   ภารกิจ   ค. ๓   ภารกิจ          
  ข. ๒   ภารกิจ   ง. ๔   ภารกิจ          
๑๒. ข้อใดคือ  ขีดความสามารถของทหารราบ            
  ก. ปฏิบัติการรบได้ต่อเนื่องเป็นเวลานาน ค. ปฏิบัติการบริเวณลุ่มน้ำได้ดี          
  ข. มีความเร็วในการเคลื่อนที่ได้ดี ง. การเคลื่อนที่ทางน้ำได้ดี          
๑๓. ข้อใดคือ  ขีดจำกัดของทหารราบ                
  ก. การสนับสนุน   และพัฒนากระทำได้ยาก ค. ความเร็วในการเคลื่อนที่จำกัด          
  ข. การรบประชิดกระทำได้ยาก   ง. การควบคุมพื้นที่  และประชากรทำได้ยาก      
๑๔. ข้อใดเป็นอัตราการจัดของกองพันทหารราบ          
  ก. สองกองร้อยสนับสนุนทางการรบ  สามกองร้อย ค. สองกองร้อยอาวุธเบา  สองกองร้อยสนับสนุน      
    อาวุธเบา     ทางการช่วยรบ          
  ข. กองบังคับการและกองร้อยสนับสนุนการรบ, ง. ไม่มีข้อใดถูก          
    กองร้อยสนับสนุนทางการช่วยรบ   และสามกองร้อย          
    อาวุธเบา                
                     
๑๕. การเข้าประชิดข้าศึกโดยใช้อำนาจการยิง  และการดำเนินกลยุทธเพื่อจับ  หรือทำลายข้าศึกเป็นภารกิจของ
  การรบประเภทใด                
  ก. การเข้าตี   ค. การสงครามพิเศษ          
  ข. การตั้งรับ   ง. ภารกิจถอย          
  ข. มีพื้นที่กว้างพอที่จะกระจายกำลัง    พื้นที่ที่ข้าศึกสามารถตรวจการณ์ได้ชัดเจน      
๑๖. ผู้บังคับหมวดปืนเล็ก  มีชั้นยศอะไร              
  ก. จ่าพิเศษ   ค. ร้อยโท          
  ข. ร้อยตรี   ง. ร้อยเอก          
๑๗. ข้อใดคือ  คุณลักษณะโดยทั่วไปของทหารราบ          
  ก. หาคนง่าย    ฝึกทำหน้าที่ได้เร็ว   ค. ค่าใช้จ่าย และค่าบำรุงไม่แพง          
  ข. ใช้การเคลื่อนที่ด้วยเท้าเป็นหลัก ง. ปฏิบัติการรบได้ตามลำพัง          
๑๘. ข้อใดคือ  คุณลักษณะของทหารราบเป็นบุคคล          
  ก. ใช้การเคลื่อนที่ด้วยเท้าเป็นหลัก ค. จัดกำลังง่าย          
  ข. มีสถิติการสูญเสียมากที่สุด   ง. หาคนง่าย    ฝึกทำหน้าที่ได้เร็ว          
๑๙. หมวดเครื่องยิงลูกระเบิด  ๘๘    ขนาด  ๖๐  มม.    ประกอบด้วยหมู่ ค.๘๘    กี่หมู่  ค.๖๐      
  ก. ๒   หมู่   ค. ๔   หมู่          
  ข. ๓   หมู่   ง. ไม่มีข้อใดถูก          
๒๐. หนึ่งหมวดปืนเล็กมีกำลังพลเท่าไร              
  ก. ๔๗   นาย   ค. ๔๙   นาย          
  ข. ๔๘   นาย   ง. ๕๐   นาย          
                     

 

                              แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา มว.ค.๖๐ เข้าตี   

                        สำหรับทบทวนความรู้ นศท.ชั้นปีที่ ๔ ชาย จำนวน ๑๐ ข้อ

         
           
๑. ภารกิจของ   มว.ค.๖๐ ในการเข้าตี ให้การยิงช่วยอย่างใกล้ชิด   และต่อเนื่องให้กับหน่วยใดในการเข้าตี  
  ก. หมวดปืนเล็ก   ค. กรม ร.          
  ข. กองพัน ร.   ง. มว.ค.๖๐ เอง          
๒. ส่วนมากในการเข้าตีอาวุธยิงสนับสนุนที่มีอยู่ในอัตราของกองร้อยอาวุธเบาจะยิงไป ณ ที่หมายของ มว.ปล.        
  ส่วน มว.ค.๖๐   จะยิงอย่างไร                
  ก. ยิงที่หมายกองพัน   ค. ยิงที่หมายทั่วไป          
  ข. ยิงที่หมาย กรม ร.   ง. ยิงช่วยอย่างไกล้ชิดตามเส้นทางเคลื่อนที่      
๓. ตามปกติแล้วในระหว่างการเข้าตี   ค.๖๐ จะทำการเปลี่ยนย้ายที่ตั้งยิงของตนเมื่อใด      
  ก. เมื่อระยะยิงเกินกว่าที่จะยิงสนับสนุนอย่างใกล้ชิด ค. เมื่อ มว.ปล. ส่งคำขอยิง          
  ข. เมื่อ มว.ปล. ถึงที่หมาย   ง. เมื่อ มว.ปล. ยึดที่หมายแล้ว          
๔. การใช้ หมู่   ค.๖๐ ยิงสนับสนุนโดยตรงในการเข้าตีการควบคุมบังคับบัญชาจะต้องขึ้นอยู่กับผู้ใด        
  ก. ผบ.มว.ปล.   ค. ผบ.มว.ค.๖๐          
  ข. ผบ.ร้อย   ง. ถูกทุกข้อ          
๕. การใช้ หมู่   ค.๖๐  ช่วยส่วนรวม  การควบคุมบังคับบัญชาจะต้องขึ้นอยู่กับผู้ใด        
  ก. ผบ.มว.ปล.   ค. ผบ.มว.ค.๖๐          
  ข. ผบ.ร้อย   ง. ถูกทุกข้อ          
๖. การระดมยิง   คือการยืง ค.๖๐ หนึ่ง หรือมากกว่าหนึ่งกระบอกไปยังที่หมายที่กำหนด หรือสงสัย   อยากทราบว่า
  จุดระดมยิงจะครอบคลุมพื้นที่ซึ่งมีเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าใด          
  ก. ๓๐  เมตร   ค. ๕๐  เมตร          
  ข. ๔๐  เมตร   ง. ๖๐  เมตร          
๗. ในการเข้าตีเมื่อเลือกที่ตรวจการณ์ที่มีลักษณะอันพึงประสงค์แล้ว   จะเลือกที่ตั้งยิง ค.๖๐ ห่างจากที่ตรวจการณ์
  ระยะเท่าใด                
  ก. ๑๐๐  เมตร   ค. ๓๐๐  เมตร          
  ข. ๒๐๐  เมตร   ง. ๔๐๐  เมตร          
๘. การใช้ ค.   ตั้งยิงรวมอยู่ในพื้นที่เดียวกันเป็นหมวด หมู่ ค.๖๐ ต่าง ๆ   ควรตั้งยิงห่างกันประมาณกี่เมตร  
  ก. ๒๐  เมตร   ค. ๔๐  เมตร          
  ข. ๓๐  เมตร   ง. ๕๐  เมตร          
๙. ตามปกติ   ผบ.หมวด ค.๖๐    จะสั่งการหรือออกคำสั่งการเข้าตี ณ ที่ใด          
  ก. ที่รวมพล   ค. ตำบลที่มีสิ่งกำบัง          
  ข. ที่ตั้งปืน   ง. ณ   พื้นที่มองเห็นพื้นที่ปฏิบัติการ        
๑๐. อาวุธชนิดใด   จะไม่มีส่วนร่วมในการยิงเตรียม เมื่ออาวุธยิงสนับสนุนอื่นมีพอเพียง        
  ก. ค.๖๐   ค. ค.๑๒๐          
  ข. ค.๘๑   ง. ป.          
                     
                     

                                    แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา มว.ค.๖๐ ตั้งรับ   

                              สำหรับทบทวนความรู้ นศท.ชั้นปีที่ ๔ ชาย จำนวน ๑๐ ข้อ

         
           
๑. ข้อใดไม่ใช่ภารกิจของ   หมวด ค.๖๐ ของกองร้อยอาวุธเบาในแนวหน้าตั้งรับ        
  ก. ให้การสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง   และใกล้ชิดกับ ค. ช่วยในการจำกัดการทะลุทะลวง        
    กองร้อย                
  ข. เสริมช่องว่าง   และร่วมในแผนประสานการยิงของ ง. ไม่มีข้อใดถูก          
    กองพัน                
๒. เมื่อตกลงใจใช้   ค.๖๐ ตั้งยิงรวมกันทั้งหมวดอยากทราบว่าจะตั้งยิง หมู่ ค.๖๐ ไว้ ณ พื้นที่ใด    
  ก. พื้นที่ หมู่ ปล. ในแนวหน้า   ค. ใกล้เคียงพื้นที่หมวดหนุน          
  ข. พื้นที่ หมวด ปล. ในแนวหน้า   ง. ในที่มั่นสำรอง          
๓. ใชการใช้ หมู่ ค.๖๐ แยกหมู่สนับสนุนโดยตรงกับหมวด ปล. ในแนวหน้าตั้งรับ ควรกระจายกันระหว่าง      
  เครื่องยิงประมาณกี่เมตร                
  ก. ๒๐  เมตร   ค. ๔๐  เมตร          
  ข. ๓๐  เมตร   ง. ๕๐  เมตร          
๔. ในการตั้งรับควรใช้หมวด   ค.๖๐ อย่างไรจึงจะสามารถควบคุมการยิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ    
  ก. ตั้งยิงเป็นส่วนรวมควบคุมโดย   ผบ.ร้อย ค. ขึ้นสมทบควบคุมโดย ผบ.ร้อย          
  ข. ตั้งยิงแยกควบคุมโดย   ผบ.ร้อย ง. ช่วยโดยตรงควบคุมโดย   ผบ.ร้อย        
๕. ข้อใดเป็นลักษณะอันพึงประสงค์ของการใช้   หมู่ ค.๖๐ สนับสนุนโดยตรงตั้งยิงในพื้นที่ของ มว.ปล. ในแนวหน้า
  ก. มีความกำบัง   ค. อยู่ใกล้กับความป้องกันของหน่วยปืนเล็ก      
  ข. ไม่มีสิ่งขวางทางยิง   ง. ถูกทุกข้อ          
๖. หมวด ค.๖๐   เป็นหน่วยยิงสนับสนุนของหน่วยใด          
  ก. กองร้อย อวบ.   ค. กรม.ร.          
  ข. กองพัน.ร.   ง. กองพล.ร.          
๗. การใช้หมวด   ค.๖๐ ยิงสนับสนุนส่วนรวมซึ่งลักษณะภูมิประเทศ ณ แนวขอบหน้าพื้นที่การรบ   เกื้อกูลให้จัดตั้งที่
  ตรวจการณ์   ผบ.หมวด ค.๖๐ ควรเลือกที่ตรวจการณ์อย่างไรเพื่อให้มีประสิทธิภาพ      
  ก. อยู่ใกล้เคียงกับที่ตรวจการณ์ของกองร้อย ค. อยู่ข้างหน้าที่ตรวจการณ์กองร้อย   ๕๐ เมตร      
  ข. ควรอยู่ห่างไกลจากที่ตรวจการณ์ของกองร้อย ง. อยู่ข้างหลังที่ตรวจการณ์กองร้อย   ๕๐ เมตร      
    เพื่อความปลอดภัย                
๘. ในการสั่งการตั้งรับของ   ผบ.หมวด ค.๖๐ ด้วยวาจาจะต้องชี้ให้เห็นภูมิประเทศเสมอ และควรกำหนดให้มารับ
  คำสั่งด้วย                
  ก. รอง ผบ.หมู่ ค.๖๐   ค. พลยิงผู้ช่วย          
  ข. รอง ผบ.มว. ค.๖๐   ง. พลกระสุน          
๙. ลักษณะ   และชนิดของที่ตั้งยิงของ หมวด ค.๖๐ ในการตั้งรับแบ่งเป็น ๓ ลักษณะได้แก่      
  ก. ที่ตั้งยิงจริง , สำรอง , เพิ่มเติม   ค. ที่ตั้งยิงจริง   , แห่งที่ ๒ , เพิ่มเติม        
  ข. ที่ตั้งยิงจริง   , สำรอง , เพิ่มเติมกำลังยิง ง. ที่ตั้งยิงจริง , แห่งที่ ๒ , สำรอง          
๑๐. การเปลี่ยนย้ายที่ตั้งยิงของหมวด   ค.๖๐ ในการตั้งรับมักจะไม่ค่อยมีโอกาสบ่อยแต่หากหมวด ค.๖๐ ตั้งยิงรวมกัน
  เพื่อสนับสนุนส่วนรวมจำเป็นต้องเปลี่ยนย้ายที่ตั้งยิงควรปฏิบัติอย่างไร          
  ก. เปลี่ยนย้ายพร้อมกันทั้งหมด   ค. ยกเลิกภารกิจ          
  ข. ใช้วิธีสลับ   ง. ไม่สามารถทำได้          
                     

                                    แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา มว.ค.๖๐ ถอนตัว

                         สำหรับทบทวนความรู้   นศท.ชั้นปีที่ ๔ ชาย  จำนวน  ๕    ข้อ

   
     
๑. ปกติแล้วหมวด   ค.๖๐ จะปฏิบัติการถอนตัวในฐานะเป็นกำลังส่วนหนึ่งของ.........  
  ก. กองพัน   ค. มว.ปล.    
  ข. กองร้อย อวบ.   ง. หมวดหนุน    
๒. ก่อนที่   ผบ.หมู่ ค.๖๐ จะขึ้นไป ลว.ตรวจภูมิประเทศที่มั่นใหม่จะให้รอง มว.   ทำหน้าที่เป็นผู้ตรวจการณ์ของหมวด  
  แทนในโอกาสที่.........          
  ก. ใช้ มว.ค.๖๐ ขึ้นสมทบ   ค. ใช้ มว.ค.๖๐ ช่วยโดยตรง    
  ข. ใช้ มว.ค.๖๐ ช่วยสมทบ   ง. ใช้ มว.ค.๖๐   สนับสนุนส่วนรวม  
๓. ตามปกติใครจะเป็นผู้บังคับบัญชาของส่วนที่เหลือไว้ปะทะของ   มว.ค.๖๐    
  ก. พลยิงอาวุโส   ค. รอง ผบ.มว.ค.๖๐    
  ข. ผบ.หมู่ ค.   ง. รอง ผบ.หมู่ ค.    
๔. ในโอกาสที่สถานการณ์ไม่บ่งชัดว่าข้าศึกมีอำนาจกดดันสูง   ผบ.ร้อยจะกำหนดให้เหลือ ค.๖๐ ไว้กับกำลังที่เหลือ  
  ไว้ปะทะอย่างไร          
  ก. หมู่เดียว   ค. ๓  หมู่    
  ข. ๒  หมู่   ง. ทุกหมู่    
๕. การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้ตรวจการณ์กับที่ตั้งยิงของส่วนที่เหลือไว้ปะทะควรทำอย่างไร
  ก. คงใช้ข่ายอำนวยการยิงเดิม   ค. ใช้ข่ายอำนวยการใหม่    
  ข. ระงับการติดต่อ   ง. แล้วแต่   ผบ.ส่วนที่เหลือไว้ปะทะ  
       
               

 

                                  แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา มว.ปล. เข้าตีกลางคืน

                            สำหรับทบทวนความรู้   นศท.ชั้นปีที่ ๔ ชาย  จำนวน  ๕    ข้อ

     
       
๑. ที่รวมพลของการเข้าตีในเวลากลางคืนควรเป็นอย่างไร      
  ก. อาจไกลกับแนวออกตี   มากกว่าการเข้าตีเวลา ค. อาจใกล้กับแนวออกตี   น้อยกว่าการเข้าตีเวลา    
    กลางวัน     กลางวัน      
  ข. อาจไกลกับแนวออกตี   น้อยกว่าการเข้าตีเวลา ง. อาจใกล้กับแนวออกตี   มากกว่าการเข้าตีเวลา    
    กลางวัน     กลางวัน      
๒. ตำบล   และแนวออกตีโดยปกติใครเป็นผู้เลือก      
  ก. ผบ.มว.ปล.   ค. ผบ.พัน.ร.      
  ข. ผบ.ร้อย อวบ.   ง. ผบ.มว.ค.๖๐      
๓. ในการเข้าตีในเวลากลางคืนเส้นทางจากตำบลแยกหมวดถึงตำบลแยกหมู่   มักจะกำหนดอย่างไร  
  ก. กำหนดทิศทางเป็นมุมภาคทิศเหนือ ค. กำหนดลักษณะภูมิประเทศ      
  ข. กำหนดพิกัดบนแผนที่   ง. ถูกทุกข้อ      
๔. การเข้าตีในเวลากลางคืนเพื่อให้สามารถยึดที่หมายขั้นต้นได้ในตอนกลางคืนแล้วทำการเข้าตีต่อไป   มักจะกระทำ    
  ในเวลาใด      
  ก. ตอนหัวค่ำ   ค. ตอนเช้าตรู่      
  ข. ตอนดึก   ง. ตอนฟ้าสาง      
๕. ถ้าไม่มีข้าศึกบีบบังคับหมวดจะใช้รูปขบวนใดเคลื่อนที่จากที่รวมพลไปยังจุดแยกหมู่      
  ก. แถวตอน   ค. สามเหลี่ยมแหลมหน้า      
  ข. แถวหน้ากระดาน   ง. สามเหลี่ยมแหลมหลัง      
                 
                 

 

                                แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา มว.ปล. เข้าตีกลางวัน

                           สำหรับทบทวนความรู้   นศท.ชั้นปีที่ ๔ ชาย จำนวน ๒๐ ข้อ

   
     
๑. ข้อใดคือ   ภารกิจของหมวดปืนเล็กในการเข้าตีเวลากลางวัน    
  ก. ทำการยิงอย่างใกล้ชิด   และต่อเนื่อง ค. เข้าประชิด ,   ทำลาย , จับข้าศึกเป็นเชลย
  ข. หยุดข้าศึกด้วยการยิง   ง. จำกัดการเจาะของข้าศึก    
๒. หนึ่ง มว.ปล.   ประกอบด้วยหมู่ ปล. กี่หมู่      
  ก. ๑  หมู่   ค. ๓  หมู่    
  ข. ๒  หมู่   ง. ๔  หมู่    
๓. ข้อใดไม่ใช่รูขบวนของหมวดปืนเล็ก        
  ก. รูปขบวนหมวดขั้นบันได   ค. รูปขบวนหมวดแถวหน้ากระดาน  
  ข. รูปขบวนหมวดแถวตอน   ง. รูปขบวนหมวดสามเหลี่ยมแหลมหลัง  
๔. ใช้ในโอกาสเคลื่อนที่ผ่านป่า   , หมอกควัน หรือข้ามถนน หมายถึงรูปขบวนอะไร  
  ก. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหน้า   ค. หมวดแถวตอน    
  ข. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหลัง   ง. หมวดแถวหน้ากระดาน    
๕. ใช้ในโอกาสเข้าโจมตี   หรือกวาดล้าง หมายถึงรูปขบวนอะไร    
  ก. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหน้า   ค. หมวดแถวตอน    
  ข. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหลัง   ง. หมวดแถวหน้ากระดาน    
๖. ใช้ในโอกาสเมื่อผ่านแนวออกตี   เมื่อแนวออกตีอยู่ใกล้ที่หมาย หมายถึงรูปขบวนใด
  ก. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหน้า   ค. หมวดแถวตอน    
  ข. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหลัง   ง. หมวดแถวหน้ากระดาน   หมู่แถวตอน  
๗. ใช้ในโอกาสเมื่อสถานการณ์ข้าศึกยิงไม่กระจ่างชัด แต่คาดว่าน่าจะมีการปะทะเกิดขึ้นในทิศทางข้างหน้า
  หมายถึงรูปขบวนใด          
  ก. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหน้า   ค. หมวดแถวตอน    
  ข. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหลัง   ง. หมวดแถวหน้ากระดาน    
               
               
๘. ใช้ในโอกาสเมื่อสถานการณ์ข้าศึกไม่กระจ่างชัด   แต่คาดว่าจะไม่มีการปะทะเกิดขึ้น หมายถึงรูปขบวนใด
  ก. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหน้า   ค. หมวดแถวตอน    
  ข. หมวดสามเหลี่ยมแหลมหลัง   ง. หมวดแถวหน้ากระดาน    
๙. แผนการเข้าตีของ   มว.ปล. ประกอบด้วย ๒ แผน ได้แก่    
  ก. แผนการเข้าตีหลัก   , แผนการเข้าตีรอง ค. แผนการยิงสนับสนุน   และแผนการยิงจำลอง
  ข. แผนการดำเนินกลยุทธ์   และแผนการยิง ง. แผนการยิงจำลอง   และแผนการยิงเล็งตรง
    สนับสนุน          
๑๐. แนวออกตีใครเป็นผู้กำหนด          
  ก. ผบ.หมู่ ปล.   ค. ผบ.ร้อย    
  ข. ผบ.มว.ปล.   ง. ผบ.มว.ค.๖๐    
๑๑. โดยปกติจะใช้กับหน่วยเข้าตีเดินเท้าเท่านั้น   หมายถึงมาตรการในการควบคุมข้อใด
  ก. เส้นหลักการรุก   ค. ฐานออกตี    
  ข. เขตปฏิบัติการ   ง. จุดติดต่อ    
๑๒. ส่วนมากมักจะใช้กับการปฏิบัติการของหน่วยยานเกราะ   หมายถึงมาตรการในการควบคุมข้อใด
  ก. เส้นหลักการรุก   ค. ฐานออกตี    
  ข. เขตปฏิบัติการ   ง. จุดติดต่อ    
๑๓. เป็นตำบลในภูมิประเทศ   ซึ่งหน่วยสองหน่วย หรือมากกว่าต้องการพบประติดต่อกันโดยตรง หมายถึงมาตรการ
  ควบคุมข้อใด          
  ก. เส้นหลักการรุก   ค. ฐานออกตี    
  ข. เขตปฏิบัติการ   ง. จุดติดต่อ    
๑๔. ที่ห่างจากที่หมาย   ๑๐๐ - ๑๕๐ เมตร หมายถึงมาตรการควบคุมข้อใด    
  ก. แนวออกตี   ค. จุดตรวจสอบ    
  ข. ฐานออกตี   ง. แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย  
               
๑๕. ผู้บังคับหมวดจะต้องแบ่งเวลาในการปฏิบัติตามปกติควรใช้เวลาอย่างไร    
  ก. ไม่เกินหนึ่งในสามของเวลาที่มีอยู่ ค. ไม่เกินหนึ่งในสามของเวลาเข้าตี  
  ข. ไม่เกินหนึ่งในสามของเวลาในที่รวมพล ง. มากกว่าหนึ่งในสามของเวลาที่มีอยู่  
๑๖. ก่อนขึ้นไปรับคำสั่งการเข้าตีของ   ผบ.มว.ปล. ๆ    จะมอบการบังคับบัญชาให้กับใคร
  ก. รอง ผบ.มว.ปล.   ค. ผบ.หมู่ ปก.    
  ข. นายสิบประจำหมวด   ง. ผบ.หมู่ ปล. อาวุโส    
๑๗. การขึ้นไปรับคำสั่งการเข้าตีของ   ผบ.มว.ปล. ๆ ควรพิจารณานำใครไปบ้าง  
  ก. รอง ผบ.มว.ปล.   ค. ผบ.หน่วยที่มาสมทบ    
  ข. ผบ.หมู่ ปก.   ง. ถูกทุกข้อ    
๑๘. การออกคำสั่งในการเข้าตีของ   ผบ.มว.ปล. ควรออกคำสั่งที่ใด    
  ก. ที่รวมพล   ค. ที่มองเห็นที่หมาย    
  ข. แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย ง. จุดติดต่อ    
๑๙. โดยปกติการย้ายการยิง   หรือเลื่อนการยิงสนับสนุนจะอยู่ในการควบคุมของใคร  
  ก. ผบ.ร้อย   ค. ผบ.หมู่ ปล.    
  ข. ผบ.มว.ปล.   ง. ผบ.หมู่ ปก.    
๒๐. ในการเข้าตีแผนในการเสริมความมั่นคงจะต้องทำอย่างไร    
  ก. ทำในขณะยึดที่หมายแล้ว   ค. ทำไปเข้าตีไป    
  ข. ทำก่อนเริ่มเคลื่อนที่ออกตี   ง. ถูกทุกข้อ    
               

                                        แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา มว.ปล. ในแนวหน้าตั้งรับ

                                     สำหรับทบทวนความรู้   นศท.ชั้นปีที่ ๔ ชาย จำนวน ๒๐ ข้อ

       
         
๑. ข้อใดคือ   ภารกิจหลักของ มว.ปล. ในแนวหน้าตั้งรับ        
  ก. หยุดข้าศึกไว้   ณ พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน ค. หยุดข้าศึกด้วยการยิงไว้   ณ ทั้งหน้าแนวขอบ    
          หน้าพื้นที่การรบ        
  ข. หยุดข้าศึกไว้   ณ พื้นที่กองรักษาด่านรบ ง. หยุดข้าศึกด้วยการยิงไว้   ณ ข้างหน้ากองรักษา  
          ด่านทั่วไป        
๒. ก่อนที่   ผบ.ร้อย , ผบ.มว.ปล. จะนำกำลังเข้าประจำแนวตั้งรับ จะต้องนำกำลังเข้าไปพักคอย ณ   ที่ใด  
  ก. พื้นที่กำบัง   ค. ตำบลฟังการณ์        
  ข. ที่รวมพล   ง. ที่ตรวจการณ์        
๓. ในการนำหน่วย   ผบ.มว.ปล. ควรจะบริหารเวลาอย่างไร        
  ก. ไม่เกิน ๑ ใน ๓   ของเวลาที่มีอยู่ ค. ไม่เกิน ๑ ใน ๓   ของเวลาออกตี      
  ข. ไม่เกิน ๑ ใน ๓   ของเวลาที่เหลือ ง. ตามสมควร        
๔. การออกคำสั่งเตรียมของ   ผบ.มว.ปล. อย่างน้อยต้องกล่าวถึงเรื่อง        
  ก. ภารกิจ   ค. การแนะนำโดยเฉพาะ        
  ข. เวลาปฏิบัติการ   ง. ถูกทุกข้อ        
๕. ระบียบการนำหน่วยในขั้นการลาดตระเวน   หากมีเวลาน้อย ผบ.หน่วยควรปฏิบัติอย่างไร    
  ก. ลาดตระเวนภูมิประเทศจริงอย่างรวดเร็ว ค. ลาดตระเวนทางรถยนต์        
  ข. ลาดตระเวนบนแผนที่   ง. ลาดตระเวนทางอากาศ        
๖. การสั่งการตั้งรับของ   ผบ.หมู่ , ผบ.มว.ปล. มักจะสั่งการอย่างไร        
  ก. ด้วยเครื่องมือสื่อสาร   ค. ด้วยวาจา        
  ข. ด้วยลายลักษณ์อักษร   ง. ถูกทุกข้อ        
๗. การสั่งการตั้งรับของ   ผบ.หมู่ , ผบ.มว.ปล. มักจะสั่งการตั้งรับ ณ สถานที่ใด      
  ก. ในแนวตั้งรับ   ค. จุดแยกหมู่        
  ข. ที่รวมพล   ง. จุดแยกหมวด        
                   
๘. การสั่งการตั้งรับ   ผบ.มว.ปล. ในข้อกำลังฝ่ายเราจะระบุภารกิจของหน่วยเหนือกี่ระดับ    
  ก. ๑  ระดับ   ค. ๓  ระดับ        
  ข. ๒  ระดับ   ง. ๔  ระดับ        
๙. หมวด ปล.   จะมีความกว้างด้านหน้าในการตั้งรับเท่าใด        
  ก. ๑๐๐  เมตร   ค. ๓๐๐  เมตร        
  ข. ๒๐๐  เมตร   ง. ๔๐๐  เมตร        
๑๐. ความลึกของ   มว.ปล. ในการตั้งรับเท่าใด          
  ก. ๑๐๐  เมตร   ค. ๓๐๐  เมตร        
  ข. ๒๐๐  เมตร   ง. ๔๐๐  เมตร        
๑๑. กว้างด้านหน้าของกองร้อย   อวบ. ในการตั้งรับเท่าใด        
  ก. ๕๐๐  เมตร   ค. ๗๐๐  เมตร        
  ข. ๖๐๐  เมตร   ง. ๑,๕๐๐  เมตร        
๑๒. ในการวางกำลังตั้งรับของ   มว.ปล. ในแนวหน้านิยมวางอย่างไร        
  ก. ๓ หมู่ ปล.วางกำลังเคียงกัน   ค. ๑ หมู่ ในแนวหน้า        
  ข. ๒ หมู่ ปล.วางกำลังเคียงกัน   ง. ไม่มีข้อใดถูก        
๑๓. ในพื้นที่โล่งแจ้งระยะห่างระหว่างหลุมบุคคลคู่   ไม่ควรเกินกี่เมตร        
  ก. ๑๐  เมตร   ค. ๓๐  เมตร        
  ข. ๒๐  เมตร   ง. ๔๐  เมตร        
๑๔. ในพื้นที่โล่งแจ้งระยะห่างระหว่างหลุมบุคคลเดียว   ไม่ควรเกินกี่เมตร        
  ก. ๑๐  เมตร   ค. ๓๐  เมตร        
  ข. ๒๐  เมตร   ง. ๔๐  เมตร        
๑๕. ข้อใด คือ   มาตรการเชิงรุก ในการตั้งรับของ มว.ปล.        
  ก. การพราง   ค. จัดให้มีการระวังป้องกันเฉพาะตำบล        
  ข. การควบคุมการเคลื่อนที่   ง. วินัยในการใช้แสง        
                   
๑๖. ข้อใด คือ   มาตรการเชิงรับ ในการตั้งรับของ มว.ปล.        
  ก. การพราง   ค. ลาดตระเวน        
  ข. จัดให้มีการระวังป้องกันเฉพาะตำบล   ง. เวลากลางคืนต้องใช้มาตรการ   รวป. มากขึ้น    
๑๗. ปกติในการตั้งรับ   ปก. จะตั้งยิงอย่างไร          
  ก. ตั้งยิงแยก   ค. ตั้งยิงย่านกลาง        
  ข. ตั้งยิงคู่   ง. ตั้งยิงด้านหลัง        
๑๘. ปกติในการตั้งรับ   ปก. จะตั้งยิงคู่แต่ละกระบอกห่างกันเท่าใด        
  ก. ๒๕ - ๓๐  เมตร   ค. ๑๕๐ - ๒๕๐    เมตร        
  ข. ๑๐๐ - ๑๕๐    เมตร   ง. ๒๕๐ - ๕๐๐    เมตร        
๑๙. ในโอกาสใดในการตั้งรับจึงจะตั้ง   ปก. แยกกัน        
  ก. ต้องการรวมอำนาจการยิง   ค. มีจำนวนเส้นทางเคลื่อนที่ด้วยเท้าเข้าสู่พื้นที่     
          หมวดมาก        
  ข. ต้องการช่วยส่วนรวม   ง. มีจำนวนเส้นทางเคลื่อนที่ด้วยเท้าเข้าสู่พื้นที่     
          หมวดน้อย        
๒๐. ในการตั้งรับปกติ   ผบ.มว.ปล. จะจัดตั้งที่บังคับการ และที่ตรวจการณ์ อย่างใด      
  ก. อยู่ในที่แห่งเดียวกัน   ค. ที่บังคับการอยู่แนวหน้า   , ที่ตรวจการณ์อยู่    
          แนวหน้า        
  ข. อยู่คนละแห่งกัน   ง. ที่บังคับการอยู่แนวหน้า   , ที่ตรวจการณ์อยู่     
          ณ. กองหนุน        
                   

                                      แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา มว.ปล. ถอนตัว

                               สำหรับทบทวนความรู้   นศท.ชั้นปีที่ ๔ ชาย  จำนวน  ๕    ข้อ

       
         
๑. เมื่อ   ผบ.มว.ปล. รับคำสั่งเตรียมการถอนตัวจาก ผบ.ร้อย แล้ว งานที่ ผบ.มว.ปล. ต้องทำ ๒   ประการ คือ
  ก. เคลื่อนย้ายหน่วย   , ลว. ที่ตั้งที่ตั้งใหม่ข้างหลัง ค. เตรียมเคลื่อนที่   , ลว.ตรวจภูมิประเทศข้างหน้า  
  ข. เรียกหน่วยรอง   , ลว. ที่ตั้งใหม่ข้างหน้า ง. ลว.ที่ตั้งใหม่ข้างหน้า   , ลว.ตรวจภูมิประเทศ    
          ของ ผบ.มว.ปล.        
๒. ตัวแทนในระดับกองร้อยในการตรวจภูมิประเทศที่มั่นใหม่ใครเป็นตัวแทน        
  ก. ผบ.ร้อย   ค. รอง ผบ.ร้อย        
  ข. ผบ.มว.ค.๖๐   ง. จ่ากองร้อย        
๓. ตัวแทนในระดับ   หมวด ปล. ในการตรวจภูมิประเทศที่มั่นใหม่ใครเป็นตัวแทน      
  ก. ผบ.มว.ปล.   ค. พลยิงอาวุโส        
  ข. รอง ผบ.มว.ปล.   ง. พลยิงเครื่องยิงจรวด        
๔. ตามปกติแล้วส่วนที่เหลือไว้ปะทะของหมวด   ปล. จะประกอบด้วย        
  ก. หนึ่งหมู่ ปล.   และครึ่งหนึ่งของอาวุธประจำหน่วย ค. สามหมู่ ปล.   และครึ่งหนึ่งของอาวุธประจำ    
    ของหมวด     หน่วยของหมวด        
  ข. สองหมู่ ปล. และ หนึ่ง หมู่ ปก.   ง. สองหมู่ ปล.   และครึ่งหนึ่งของอาวุธประจำ    
          หน่วยของหมวด        
๕. ปกติแล้ว ณ   ที่มั่นใหม่จะวางกำลังอย่างไร        
  ก. หนึ่งหมู่ในแนวหน้า   ค. สามหมู่ในแนวหน้า        
  ข. สองหมู่ในแนวหน้า   ง. คงวางเหมือนกับที่มั่นเดิมที่ถอนตัวมา      
                   
                   
                   

 

                     แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา มว.หนุน กองร้อย อวบ.ในแนวหน้าตั้งรับ  

                                สำหรับทบทวนความรู้ นศท.ชั้นปีที่ ๔ ชาย

       
         
         
๑. ข้อใดไม่ใช่ภารกิจที่   ผบ.ร้อย มอบให้แก่หมวดหนุน ในแนวหน้าตั้งรับ        
  ก. จำกัดการเจาะของข้าศึก   ค. ป้องกันปีก        
  ข. ตีโต้ตอบ   ง. สนับสนุนหมวดในแนวหน้าด้วยการตะลุมบอน      
          อย่างรุนแรง        
๒. ตามปกติแล้วที่มั่นจริงของหมวดหนุนจะต้องตั้งอยู่ห่างจากชายหลังของหมวดในแนวหน้าประมาณ.......เมตร  
  ก. ๑๕๐ - ๒๐๐    เมตร   ค. ๒๕๐ - ๓๐๐    เมตร        
  ข. ๒๐๐ - ๒๕๐    เมตร   ง. ๓๐๐ - ๓๕๐    เมตร        
๓. โดยปกติแล้วหมวดหนุนคงทำการดัดแปลงภูมิประเทศ   เพื่อวางกำลังตั้งรับในลักษณะเช่นเดียวกับหมวดปืนเล็ก    
  ในแนวหน้า   จะแตกต่างกันที่ ...................        
  ก. หมวดหนุนต้องวางฉากการยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย ค. หมวดหนุนต้องวางกำลังส่วนใหญ่      
  ข. หมวดหนุนไม่ต้องวางฉากการยิงฉากป้องกันขั้น ง. ถูกทุกข้อ        
    สุดท้าย              
๔. การใช้หมู่ปืนกลของหมวดหนุนมีการใช้ตั้งยิงอย่างไร        
  ก. ตั้งยิงเดี่ยว   ค. ตั้งย้งสลับ        
  ข. ตั้งยิงคู่   ง. ตั้งยิงเป็นวงกลม        
๕. การตีโต้ตอบระดับกองร้อยมักไม่ค่อยกระทำ   แต่ถ้าทำมักจะเป็นการเข้าตีต่อที่หมายอย่างไร  
  ก. ที่หมายตามแนว   ค. ที่หมายรอง        
  ข. ที่หมายหลัก   ง. ที่หมายจำกัด        
           
                   
                   

 

               วิชา กองร้อย อวบ. ตั้งรับ  สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้ นศท.ชั้นปีที่ ๕   ชาย จำนวน ๒๐ ข้อ            
             
๑. ภารกิจของ กองร้อย อวบ. ในการรบด้วยวิธีรับ ( ตั้งรับ   ) ข้อใดกล่าวถูกต้อง            
  ก. ขับไล่กระตะลุมบอนของข้าศึกด้วยการยิง   การรบ ค. เพื่อผละของจากการรบ   และนำกำลังไปวางไว้      
    ประชิด และการตีโต้ตอบ     ในที่มั่นที่ต้องการ            
  ข. เข้าประชิดข้าศึกโดยใช้อำนาจการยิง   การดำเนิน ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    กลยุทธ   เพื่อจับหรือทำลายข้าศึก                
๒. หลักการตั้งรับ ข้อใดกล่าวถูกต้อง            
  ก. ใช้ภูมิประเทศอย่างถูกต้อง   มีการระวังป้องกัน และ ค. การประสานแผนการยิง  ความอ่อนตัว          
    การสนับสนุนซึ่งกันและกัน     การปฏิบัติเชิงรุก   การกระจายกำลัง          
  ข. การวางกำลังตั้งรับทางลึก   การป้องกันรอบตัว และ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    การใช้ฉากขัดขวางอย่างถูกต้อง                
๓. แนวความคิดในการตั้งรับ แบ่งพื้นที่ออกเป็น ๒ พื้นที่   คือ พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน และพื้นที่การรบ ในพื้นที่ส่วน            
  ส่วนระวังป้องกันมีแนวสำคัญ ๒ แนว คือ   แนวกองรักษาด่านทั่วไป กับแนวกองรักษาด่านรบ ส่วนระวังป้องกัน            
  แนวกองรักษาด่านทั่วไป ใครเป็นผู้สั่งจัดตั้ง            
  ก. ผบ.พล.   ค. ผบ.พัน.            
  ข. ผบ.กรม.   ง. ผบ.ร้อย.            
๔. ส่วนระวังป้องกัน   แนวกองรักษาด่านรบ ผบ.กรม.   จะเป็นผู้สั่งจัดตั้งโดยกำหนดให้อยู่ห่างจากแนวขอบหน้าพื้นที่  
  การรบ ระยะเท่าใด                  
  ก. ๑,๐๐๐ - ๑,๕๐๐    เมตร   ค. ๑,๐๐๐ - ๒,๔๐๐    เมตร            
  ข. ๑,๐๐๐ - ๒,๐๐๐    เมตร   ง. ๑,๐๐๐ - ๓,๐๐๐    เมตร            
๕. คำว่า " ภูมิประเทศตั้งรับตามอุดมคติ "  มีความหมายว่าอย่างไร            
  ก. สามารถตรวจการณ์   ระยะใกล้ ระยะไกล ได้ดีเยี่ยม ค. ภูมิประเทศข้างหน้ามีเครื่องกีดขวางตาม        
    และมีพื้นการยิงดี     ธรรมชาติ            
  ข. ภูมิประเทศส่วนหลังมีเส้นทางปกปิดกำบังซ่อนพราง ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
                       
๖. การติดต่อสื่อสารในการตั้งรับ   กองร้อยจะต้องติดตั้งระบบการติดต่อสื่อสารไว้อย่างสมบูรณ์ เพื่อควบคุมบังคับ  
  บัญชาหน่วยต่าง ๆ   และการยิงของกองร้อยการติดต่อสื่อสารแล้ว ในการตั้งรับกองร้อย อวบ.   จะใช้การติดต่อ            
  สื่อสารชนิดใดเป็นหลัก            
  ก. การติดต่อสื่อสารทางวิทยุ   ค. การใช้พลนำสาร            
  ข. การติดต่อสื่อสารทางสาย   ง. การใช้ทัศนะสัญญาณ   และเสียงสัญญาณ        
๗. การยิงฉากเป็นการยิงขัดขวางที่เตรียมการไว้ล่วงหน้า   เพื่อหยุด หรือทำลายข้าศึกลงข้างหน้าแนวขอบหน้า            
  พื้นที่การรบ ฉากการยิงจะต้องประสานกับอาวุธยิงเล็งตรง   อาวุธเล็งจำลอง และเครื่องกีดขวางตามธรรมชาติ            
  และที่สร้างขึ้น   การยิงฉากนี้จะอยู่ห่างจากแนวขอบหน้าพื้นที่การรบในระยะเท่าใด                    
  ก. ๑๐๐  เมตร   ค. ๓๐๐  เมตร            
  ข. ๒๐๐  เมตร   ง. ๔๐๐  เมตร            
๘. การวางกำลังในการตั้งรับของกองร้อย อวบ.   หลักนิยมมักจะวางกำลังในแนวขอบหน้าพื้นที่การรบเท่าใด และ            
  วางกำลังเป็นกองหนุนเท่าใด            
  ก. ๑   มว.ปล.ในแนวหน้า ๒ มว.ปล.เป็นกองหนุน , ค . ๓   มว.ปล.ในแนวหน้า ไม่มีกองหนุน , มว.ค.๖๐      
    มว.ค.๖๐ ช่วยโดยตรง     ขึ้นสมทบ            
  ข. ๒   มว.ปล.ในแนวหน้า ๑ มว.ปล.เป็นกองหนุน , ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    มว.ค.๖๐ ช่วยส่วนรวม                  
๙. โดยธรรมดาแล้วหมวดหนุนวางกำลังอยู่ข้างหลังหมวดในแนวหน้า   เพื่อให้เกิดความลึกในการตั้งรับของกองร้อย            
  ภารกิจที่จะมอบให้กับหมวดหนุนมีอะไรบ้าง            
  ก. จำกัดการเจาะ   ป้องกันทางปีก และทางหลังของ ค. เฝ้าตรวจ และร่วมตีโต้ตอบ            
    กองร้อย                  
  ข. สนับสนุน   มว.ในแนวหน้าด้วยการยิง ง. ถูกทุกข้อ            
๑๐. ภารกิจ และการใช้ มว.ค.๖๐ ของกองร้อย อวบ.   ข้อใดกล่าวถูกต้อง            
  ก. ทำการยิงสนับสนุนอย่างใกล้ชิด   และต่อเนื่องให้กับ ค. ทำการยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย          
    กองร้อย อวบ.                  
  ข. ระดมยิงสนับสนุนกองรักษาด่านรบ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
๑๑. การยิงระหว่างการตั้งรับ   แบ่งออกได้เป็นกี่ขั้นอะไรบ้าง            
  ก. ๒  ขั้น    การยิงระยะไกล , การยิงระยะใกล้ ค. ๔  ขั้น    การยองระยะไกล , การยิงระยะใกล้        
          การยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย   , การยิงภายใน        
          ที่มั่น            
  ข. ๓  ขั้น    การยองระยะไกล , การยิงระยะใกล้ ง. ๕  ขั้น    การยองระยะไกล , การยิงระยะใกล้        
    การยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย     การยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย   , การยิงภายใน        
          ที่มั่น , การยิงเพิ่มเติมกำลัง            
๑๒. การยิงเพื่อทำลายข้าศึกก่อนที่จะเข้าทำการตะลุมบอน   ทำให้ข้าศึกบาดเจ็บตายมากที่สุด    ทำลายเครื่องอำนวย            
  ความสพดวก    ระบบการบังคับบัญชา  รบกวน   หรือทำลายอาวุธยิงสนุนสนุนของข้าศึก เรียกว่าการยิงขั้นอะไร            
  ก. การยิงระยะไกล   ค. การยิงฉาก            
  ข. การยิงระยะใกล้   ง. การยิงภายในที่มั่น            
๑๓. คำจำกัดความในการตั้งรับ  ข้อใดกล่าวถูกต้องที่สุด            
  ก. การตั้งรับเป็นพื้นที่  คือ การปฏิบัติเพื่อรักษาภูมิ ค. แนวขอบหน้าพื้นที่การรบ   คือ แนวที่เกิดขึ้น        
    ประเทศที่กำหนดโดยมีกำลังตั้งรับประจำอยู่   ณ จากการวางกำลังของ   มว.ปล. ในแนวหน้าของ      
    ที่มั่นเพื่อหยุดยั้ง   และขับไล่ฝ่ายเข้าตี พื้นที่การรบ   จะติดกับเส้รแบ่งเขตที่จุดประสาน      
          งาน            
  ข. การตั้งรับเคลื่อนที่   เป็นแบบหนึ่งของการตั้งรับ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    หน่วยที่มีระดับสูงกว่ากองพันจึงจะสามารถ            
    ปฏิบัติได้                  
                       
                       
๑๔. กองรักษาด่านรบจัดตั้งอยู่ในพื้นที่ส่วนระวังป้องกัน   ซึ่งอยู่ห่างจากแนวขอบหน้าพื้นที่การรบระยะ ๑,๐๐๐ -            
  ๒,๔๐๐ เมตร    มีหน้าที่ หรือภารภิจอะไรบ้าง            
  ก. แจ้งการเข้ามาของข้าศึก   ขัดขวางหน่วงเหนี่ยวทำ ค. ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของกองรักษาด่านทั่วไป      
    ให้ข้าศึกเสียระเบียบ   ลวง และทำลาย และไม่รบ หรือส่วนกำบัง            
    ติดพันกับข้าศึก                  
  ข. รับมอบภารกิจในการรบแตกหัก   เพื่อต้านทาน ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    ทำลายข้าศึก                  
๑๕. ในการวางกำลังตั้งรับของกองร้อย อวบ.   จะมีความกว้างด้านหน้า และความลึกเท่าใด            
  ก. กว้างด้าหน้า  ๑,๐๐๐ ม. ลึกลงมา ๕๐๐ ม. ค. กว้างด้าหน้า  ๑,๕๐๐ ม. ลึกลงมา ๑,๐๐๐ ม.        
  ข. กว้างด้าหน้า  ๑,๕๐๐ ม. ลึกลงมา ๙๐๐ ม. ง. กว้างด้าหน้า  ๒,๕๐๐ ม. ลึกลงมา ๑,๕๐๐ ม.        
๑๖. แผนการตีโต้ตอบของกองร้อย   ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง            
  ก. เป็นแผนการเข้าตีต่อที่หมายจำกัด   เพื่อทำลาย หรือ ค. แผนการตีโต้ตอบ   กระทำเหมือนกับแผนการ        
    ขับไล่ข้าศึกที่เจาะเข้ามา     เข้าตีอื่นๆ   โดยใช้หมวดหนุนเป็นส่วนดำเนิน        
          กลยุทธ            
  ข. แผนการตีโต้ตอบของกองร้อยจะต้องสมมุติฐานใน ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    การเจาะไว้หลายแห่งแล้ววางแผนการตีโต้ตอบ            
    การเจาะ                  
๑๗. ในการปฏิบัติการตั้งรับของกองร้อย อวบ.   ในแนวหน้าในเวลากลางวัน ข้อใดกล่าวไม่ถูกต้อง            
  ก. ในระหว่างการตั้งรับ   ผบ.หน่วยทุกระดับจะต้อง ค. ถ้าข้าศึกรุกคืบหน้าในแนวยิงฉากให้   ผบ.มว.ปล.      
    รายงานให้ผู้บังคับัญชาทราบสถานการณ์อยู่ตลอด ในพื้นที่ร้องขอการยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย        
    เวลา                  
  ข. ถ้าข้าศึกเคลื่อนที่ใกล้ขอบหน้าพื้นที่การรบเข้ามา ง. การเคลื่อนที่เข้ามาของข้าศึก   ร้องขอการส่อง        
    ก็ทวีความรุนแรงในการยิงยิ่งขึ้น   ทั้งอาวุธวิถีโค้ง สว่าง   และการยิงสนับสนุนต่าง ๆ          
     และวิถีตรง หรืออาวุธต่อสู้รถถัง                
                       
๑๘. มว.ค.๖๐ ของกองร้อย อวบ.   มีภารกิจทำการยิงสนับสนุนอย่างใกล้ชิด และต่อเนื่องให้กับกองร้อยและการยิง            
  ฉากป้องกันขั้นสุดท้าย หน้าที่ หรือภารกิจของ   ผบ.มว.ค.๖๐ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง            
  ก. ร่วมรับคำสั่งกับ   ผบ.ร้อย อวบ. และตรวจภูมิประเทศ ค. เลือกที่ตั้งยิง   และวางแผนการติดต่อสื่อสารภาย      
          ในหมวด            
  ข. วางแผนการยิง   จัดทำแผนการยิง การยิงฉาก และ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    ประสานกับผู้ตรวจการณ์หน้าของปืนใหญ่            
๑๙. การจัดกำลังของกองร้อย อวบ.   กองพันทหารราบมีการจัดกำลังอย่างไร และมีกำลังพลเท่าใด            
  ก. บก.ร้อย,๑   มว.ค.๖๐,๓ มว.ปล. มีกำลัง ๒๐๗ นาย ค. บก.ร้อย,๑   มว.ค.๖๐,๒ มว.ปล. มีกำลัง ๑๙๐ นาย      
  ข. บก.ร้อย,๒   มว.ค.๖๐,๒ มว.ปล. มีกำลัง ๒๐๐ นาย ง. บก.ร้อย,๓   มว.ค.๖๐,๓ มว.ปล. มีกำลัง ๒๕๐ นาย      
๒๐. ผู้บังคับกองร้อย อวบ. ผู้บังคับ มว.ค.๖๐ และ   ผบ.มว.ปล. มีอัตรายศอะไร            
  ก. ผบ.ร้อย อวบ.   ร.อ. , ผบ.มว.ค .๖๐  ร.อ. , ค. ผบ.ร้อย อวบ.   ร.อ. , ผบ.มว.ค .๖๐  ร.ท. ,        
    ผบ.มว.ปล.    ร.ท.     ผบ.มว.ปล.    ร.ท.            
  ข. ผบ.ร้อย อวบ.   พ.ต. , ผบ.มว.ค .๖๐  ร.อ. , ง. ผบ.ร้อย อวบ.   พ.ต. , ผบ.มว.ค .๖๐  ร.อ. ,        
    ผบ.มว.ปล.    ร.อ.     ผบ.มว.ปล.    ร.ท.            
                       
                       
                     วิชา กองร้อย อวบ.เข้าตี ในเวลากลางวัน / กลางคืน  สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้            
                                              นศท.ชั้นปีที่ ๕   ชาย  จำนวน  ๒๐    ข้อ            
             
๑. ภารกิจของกองร้อย อวบ. ในการรบด้วยวิธีรุก   ข้อใดถูกต้องที่สุด            
  ก. ยับยั้งข้าศึกด้วยการยิงการรบประชิด ค. เข้าประชิดข้าศึกด้วยการยิงสนับสนุนอย่าง        
          สูงสุด การกระจายกำลัง   และจู่โจม          
  ข. เข้าประชิดข้าศึกโดยใช้อำนาจการยิง   และการดำเนิน ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    กลยุทธ   เพื่อทำลาย หรือจับข้าศึก                
๒. การจัดกำลังของกองร้อย อวบ. มีกำลังพล ๒๐๗ นาย   การประกอบกำลังจัดอย่างไร            
  ก. บก.ร้อย , ๑ มว.ค.๖๐ , ๓   มว.ปล. ค. บก.ร้อย , ๓ มว.ค.๖๐ , ๓   มว.ปล.          
  ข. บก.ร้อย , ๒ มว.ค.๖๐ , ๒   มว.ปล. ง. บก.ร้อย , ๓ มว.ปล.            
๓. แผนการเข้าตีของกองร้อย อวบ. ประกอบด้วยแผน ๒   อย่างที่ทำขึ้น และมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน ในการ            
  ทำแผนการเข้าตีของกองร้อย   ผบ.ร้อย จะต้องพึงระลึกว่าต้องปฏิบัติภารกิจให้สำเร็จ ใช้เวลาน้อย และมีความ  
  สูญเสียน้อยที่สุด   เป็นแผนง่าย ๆ แต่มีความสมบูรณ์ แผนนี้ประกอบด้วยอะไรบ้าง          
  ก. แผนการเข้าตี   และแผนการตั้งรับ ค. แผนการดำเนินกลยุทธ   และแผนการยิง        
          สนับสนุน            
  ข. แผนการเข้าตี   และแผนเผชิญเหตุ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
๔. แผนผังการเข้าตี จะเริ่มตั้งแต่ที่รวมพลจนถึงที่หมาย   ในการปฏิบัติการเข้าตี จะต้องทราบถึงมาตรการควบคุมใน            
  การเข้าตี   อยากทราบว่ามาตรการควบคุมในการเข้าตี ประกอบด้วยอะไรบ้าง          
  ก. ที่รวมพล , เวลาออกตี ,   ฐานออกตี , แนวออกตี ค. จุดติดต่อ ,   ขั้นการเคลื่อนที่ , แนวประสานการ        
          ปฏิบัติขั้นสุดท้าย , ที่หมาย            
  ข. เขตปฏิบัติการ   , เส้นหลักการรุก , ทิศทางการเข้าตี , ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    จุดตรวจสอบ                  
               
                       
                       
๕. ในการเข้าตีมีขั้นการปฏิบัติใหญ่ ๆ ๓ ขั้น คือ   ขั้นการเตรียมการเข้าตี , ขั้นการปฏิบัติการเข้าตี , ขั้นการเสริม            
  ความั่นคง ณ. ที่หมาย   และการจัดระเบียบใหม่ โดยธรรมดาแล้วขั้นการเตรียมการเข้าตีนั้นทำเสร็จสมบูรณ์ใน  
  ขณะที่กองร้อยอยู่ในที่รวมพล   การเตรียมการเหล่านี้ได้แก่อะไรบ้าง            
  ก. การลาดตระเวน การทำแผน   และการสั่งการ ค. การตรวจสภาพความพร้อมของอาวุธยุทโธปกรณ์      
  ข. การเบิกรับกระสุนเพิ่มเติม   และแจกจ่าย ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
๖. ในการเข้าตีหลังจาก ผบ.ร้อย ได้รับคำสั่งจาก ผบ.พัน   แล้ว ผบ.ร้อย จะต้องนำระเบียบการนำหน่วยมาใช้             
  เพื่อให้เกิดความมั่นใจในการรบ   มีอยู่ด้วยกัน ๘ ข้อ เริ่มตั้งแต่ รับภารกิจ    ออกคำสั่งเตรียม  วางแผนขั้นต้น  
  เคลื่อนย้ายหน่วย  ลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศ  ทำแผนสมบูรณ์  การสั่งการ    และกำกับดูแล  หาก นศท.    
  เป็น ผบ.ร้อย   ทันทีที่ได้รับคำสั่งจาก ผบ.พัน จะต้องตั้งคำถามตัวเองในเรื่องอะไรบ้าง        
  ก. ภารกิจให้เราทำอะไร  ทำอย่างไรถึงจะทราบข่าว ค. กำลังฝ่ายเรามีหน่วยอะไรบ้าง  สิ่งอุปกรณ์        
    ข้าศึก     ยุทโธปกรณ์มรอะไรบ้าง            
  ข. ภูมิประเทศ ลม   ฟ้า อากาศ จะมีผลกระทบต่อการ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    การปฏิบัติอย่างไร                  
๗. หัวข้อระเบียบการนำหน่วย ในเรื่องขั้นการสั่งการ   หรือการออกคำสั่งยุทธการ ผบ.มว. หรือ ผบ.หมู่ มักจะออก            
  คำสั่งด้วยวาจาอยากทราบว่า   คำสั่งยุทธการมีกี่ข้ออะไรบ้าง            
  ก. ๓  ข้อ ๑.สถานการณ์  ๒.ภารกิจ    ๓.การปฏิบัติ ค. ๕  ข้อ ๑.สถานการณ์  ๒.ภารกิจ    ๓.การปฏิบัติ        
          ๔.การช่วยรบ   ๕.การบังคับบัญชาและการสื่อสาร      
  ข. ๔  ข้อ ๑.สถานการณ์  ๒.ภารกิจ    ๓.การปฏิบัติ ง. ๖  ข้อ ๑.สถานการณ์  ๒.ภารกิจ    ๓.การปฏิบัติ        
    ๔.การช่วยรบ     ๔.การช่วยรบ   ๕.การบังคับบัญชาและการสื่อสาร      
          ๖.แนวความคิดในการปฏิบัติ            
๘. มาตรการควบคุมในการเข้าตีมี ๑๒ มาตรการ   อยากทราบว่าแนวออกตี คือ แนวอะไร            
  ก. คือพื้นที่ที่กั้นด้วยแนวออกตีถึงที่หมายขั้นสุดท้าย ค. แนวที่กำหนดขึ้นในภูมิประเทศในการย้าย        
          และเลื่อนฉากการยิงสนับสนุน            
  ข. แนวที่กำหนดขึ้น   เพื่อประสานการปฏิบัติ เริ่มต้น ง. ถูกทุกข้อ            
    ออกตีโดยพร้อมเพียงกีน                  
๙. ในการเข้าตีของกองร้อย แผนการดำเนินกลยุทธ ผบ.ร้อย   จะต้องพิจารณาว่าใช้หมวดปืนเล็กเป็นส่วนเข้าตี            
  กี่หมวด   เหลือไว้เป็นกองหนุนเท่าใดซึ่งจะเหมาะสมกับสถานการณ์   ซึ่งเป็นรูปขบวนที่มีอำนาจการยิงไว้ข้างหน้า  
  พอควร   มีกองหนุนเหลือไว้พอที่จะปฏิบัติได้อย่างมีผลดี   และทราบว่าเกี่ยวกับข้าศึกโดยละเอียด เมื่อท่านเป็น  
  ผบ.ร้อย   จะใช้รูปขบวนใดในการรบ                
  ก. รูปขบวนที่มี ๑   หมวดเป็นกองรบ ๒ หมวดเป็น ค. รูปขบวน ๓ หมวดเป็นกองรบ            
    กองหนุน                  
  ข. รูปขบวนที่มี ๒   หมวดเป็นกองรบ ๑ หมวดเป็น ง. ถูกทุกข้อ            
    กองหนุน                  
๑๐. การใช้กองหนุนของกองร้อย   ซึ่งเก็บไว้ไม่ให้ปฏิบัติการตั้งแต่เริ่มการปะทะ ดังนั้นจึงสามารถใช้กองหนุน            
  ปฏิบัติการให้เกิดผลแตกหักได้   หรือเพื่อประกันให้เกิดความสำเร็จในการเข้าตี    อย่างไรก็ตามอาจสั่งให้กองหนุน
  ปฏิบัติภารกิจพิเศษอย่างอื่นที่เหมาะสม   โดยอาจมอบให้กองหนุนปฏิบัติภารกิจอะไรบ้าง        
  ก. ป้องกันทางปีก   ค. กวาดล้างพื้นที่ซึ่งกองรบเคลื่อนที่ข้าม   หรือ        
          อ้อมผ่านไป            
  ข. เข้าปฏิบัติหน้าที่แทนหมวดในกรอบ ง. ถูกทุกข้อ            
๑๑. ในการเข้าตีการใช้ มว.ค.๖๐   ซึ่งเป็นอาวุธยิงสนับสนุนของกองร้อย อวบ. ผู้บังคับหมวด ค.๖๐ จะกำหนด            
  รายละเอียดต่าง ๆ   ภายในหมวดตลอดจนการส่งกำลังกระสุนเพิ่มเติม และกำหนดที่ตั้งยิงให้กับหมู่ต่าง ๆ   ซึ่ง  
  ที่ตั้งยิงจะมีอยู่ด้วยกันกี่แห่งอะไรบ้าง                
  ก. ๑  แห่ง  ที่ตั้งยิงจริง   ค. ๓ แห่ง  ที่ตั้งยิงจริง , ที่ตั้งยิงสำรอง ,   ที่ตั้งยิง        
          เพิ่มเติม            
  ข. ๒ แห่ง  ที่ตั้งยิงจริง , ที่ตั้งยิงสำรอง ง. ๔ แห่ง  ที่ตั้งยิงจริง , ที่ตั้งยิงสำรอง ,   ที่ตั้งยิง        
          เพิ่มเติม , ที่ตั้งยิงสมทบ            
                       
๑๒. ในการปฏิบัติการเข้าตีของกองร้อย อวบ.   มีขั้นการเคลื่อนที่เข้าตีจากที่รวมพลจนถึงที่หมายอย่างไรบ้าง            
  ก. เคลื่อนที่จากที่รวมพลไปยังแนวออกตี ค. เคลื่อนที่จากแนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย      
          ไปยังที่หมาย            
  ข. เคลื่อนที่จากแนวออกตีไปยังแนวประสานการปฏิบัติ ง. ถูกทุกข้อ            
    ขั้นสุดท้าย                  
๑๓. ในการเข้าตีของกองร้อย อวบ.   ซึ่งมีขั้นการเคลื่อนที่จากที่รวมพลจนถึงที่หมายนั้น อยากทราบว่าการเคลื่อนที่            
  จากที่รวมพลไปยังแนวออกตีมีระยะทางเท่าใด            
  ก. ระยะทางเดินไม่เกิน ๔ กม.   ค. ระยะทางเดินไม่เกิน ๑ ชม.            
  ข. ระยะทางขึ้นอยู่กับภูมิประเทศอาจเดินมากกว่า   ๔ กม. ง. ถูกทั้งข้อ ก. และ ข้อ ข.            
๑๔. ในการเข้าตีของกองร้อย อวบ.   เมื่อเคลื่อนที่ผ่านแนวออกตีไปแล้วอาจเป็นการเคลื่อนที่อย่างเปิดเผยต่อข้าศึก            
  ฉนั้นหน่วยเข้าตีจะต้องใช้การยิง  การดำเนินกลยุทธ  การใช้การยิงสนุบสนุนเพื่อทำลายข้าศึก  อยากทราบว่า  
  แนวออกตีจนถึงที่หมายมีระยะห่างเท่าใด              
  ก. ระยะ  ๑๐๐ - ๕๐๐  เมตร   ค. ระยะ  ๕๐๐ - ๑,๕๐๐  เมตร            
  ข. ระยะ  ๓๐๐ - ๑,๐๐๐  เมตร   ง. ระยะ  ๗๐๐ - ๒,๐๐๐  เมตร            
๑๕. เมื่อกองร้อย อวบ.   เข้าตีประสบผลสำเร็จสามารถยึดที่หมายได้แล้วขั้นต่อไปเป็นขั้นของการเสริมความมั่นคง            
  ณ. ที่หมาย   และการจัดระเบียบใหม่    ในการจัดระเบียบใหม่นั้น ผบ.ร้อย จะรายงานผลการปฏิบัติให้ ผบ.พัน  
  ทราบในหัวข้อใดบ้าง                  
  ก. สถานการณ์   ยอดกำลังพลฝ่ายข้าศึก และฝ่ายเรา ค. ผู้บาดเจ็บ  การส่งกลับ    เชลยข้าศึก          
  ข. สถานภาพของกระสุนที่มีอยู่   และความต้องการ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ            
    เพิ่มเติม                  
๑๖. กองร้อย อวบ. เข้าตีในเวลากลางคืน  มีความมุ่งหมายเพื่ออะไร            
  ก. กระทำเพื่อหวังผลในการจู่โจม   และรักษาความกดดัน ค. เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียอย่างหนัก          
  ข. เพื่อขยายผลแห่งความมีชัยต่อจากการรบในเวลา ง. ถูกทุกข้อ            
    กลางวัน                  
                       
๑๗. ในการเข้าตีในเวลากลางคืนของกองร้อย อวบ.   แผนการเข้าตีจะต้องง่าย    มีรายละเอียดมาก  กำหนดมาตรการ            
  ควบคุมต่าง ๆ   และข้อแนะนำพิเศษตามความจำเป็น    มีการวางแผน และประสานงานมากกว่าการเข้าตีกลางวัน  
  ที่สำคัญที่สุดจะต้องมีการจัดชุด   ลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศ    ในการตรวจภูมิประเทศกระทำในเวลาใด    
  ก. ลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศก่อนพลบค่ำ ค. ลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศในเวลากลางวัน        
  ข. ลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศในเวลาเช้ามืด ง. ลาดตระเวนตรวจภูมิประเทศทั้งในเวลากลางวัน      
          พลบค่ำ  และเวลากลางคืน            
๑๘. การเข้าตีในเวลากลางคืน  รูปขบวนที่ใช้ในการเข้าตี  ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด            
  ก. ใช้รูปขบวน ๒   หมวดในแนวหน้า  ๑ หมวดหนุน ค. ใช้รูปขบวน ๑ หมวด   ในแนวหน้า ๒ หมวด        
          เป็นกองหนุน            
  ข. ใช้รูปขบวนแถวตอน   ง. ใช้รูปขบวนแถวตอนเรียงหนึ่ง  แยกการบังคับ        
          ให้กับหมวด ณ.   จุดแยกหมวด  เมื่อถึงแนวปรับ      
          รูปขบวนใช้รูปขบวนกองร้อยหน้ากระดาน        
          หมวดหน้ากระดาน            
๑๙. ลักษณะการรบในเวลากลางคือ ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด            
  ก. ใช้ความมืดปกปิดกำบังในการเข้าตี ค. ลดคุณลักษณะความสามารถในการยิงเล็ง         
          เพิ่มความสามารถในการรบประชิด   อยาก        
          ลำบากในการเคลื่อนที่            
  ข. ฝ่ายตั้งรับจะเกิดความสับสน   เกิดความกลัว และ ง. ถูกทุกข้อ            
    กลัวต่อสิ่งที่ตนไม่รู้แน่                  
๒๐. ในระหว่างเคลื่อนที่ในการเข้าตีกลางคืน  หากข้าศึกทราบการเข้าตี  หน่วยเข้าตีจะปฏิบัติอย่างไร            
  ก. ปรับรูปขบวนหน้ากระดาน   และสั่งตะลุมบอนทันที ค. ถอนตัวกลับไปยังหน่วยทหารฝ่ายเดียวกัน        
  ข. หมอบนิ่ง เพื่อรักษาความลับ   ง. พยายามเคลื่อนที่อย่างเงีบย   ๆ เข้าสู่ที่หมาย        
          เพื่อเข้าตะลุมบอน            
               
                       
                       

 

                     วิชาการเข้าตี , ตั้งรับ , ร่นถอย   สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้ นศท.ชั้นปีที่ ๕ หญิง จำนวน ๒๐ ข้อ          
           
๑. การรบด้วยวิธีรุก แบ่งขั้นการปฏิบัติเป็น ๒ ขั้นได้แก่          
  ก. ขั้นเตรียมการเข้าตี   , ขั้นปฏิบัติการเข้าตี ค. ขั้นเตรียมการเข้าตี   , ขั้นเคลื่อนที่เข้าปะทะ      
  ข. ขั้นเสริมความมั่นคง   , ขั้นปฏิบัติการเข้าตี ง. ขั้นเคลื่อนที่เข้าปะทะ   , ขั้นการเข้าตี        
๒. ข้อใด คือภารกิจของหมู่ปืนเล็กในการเข้าตี          
  ก. ตีโฉบฉวย   ค. ลาดตระเวน          
  ข. ซุ่มโจมตี   ง. เข้าประชิด ,   ทำลาย , จับข้าศึก        
๓. เป็นตำบลที่ตั้งสุดท้ายที่ให้การปกปิดกำบัง   และซ่อนพรางอยู่ใกล้ ๆ แนวออกตี หมายถึงข้อใด    
  ก. ที่รวมพล   ค. เขตปฏิบัติการ          
  ข. ฐานออกตี   ง. จุดตรวจสอบ          
๔. แนวความคิดในการตั้งรับตามปกติแล้วจะแบ่งพื้นที่ในการตั้งรับออกเป็น  ๒    ส่วน อะไรบ้าง          
  ก. พื้นที่การรบ , พื้นที่กองหนุน   ค. พื้นที่ตั้งรับหน้า   , พื้นที่กองหนุน        
  ข. พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน   , พื้นที่การรบ ง. พื้นที่กองหนุน   , พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน      
๕. พื้นที่กองหนุนจัดอยู่ในพื้นที่ใดของการแบ่งพื้นที่ตั้งรับ          
  ก. พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน   ค. พื้นที่การรบ          
  ข. พื้นที่ตั้งรับหน้า   ง. พื้นที่กำบัง          
๖. ในแผ่นจดระยะของพลปืนล็กจะมีเส้นโค้งครึ่งวงกลมจำนวนห้าเส้น   อยากทราบว่าเส้นโค้งแต่ละเส้น หมายถึง
  อะไร                
  ก. ระยะทางจากจุดที่ตั้งปืนซึ่งเส้นโค้งแต่ละเส้น ค. ระยะทางจากหลุมของ   ผบ.หมู่ ปล. ห่างกัน      
    จะห่างกัน ๑๐๐ เมตร     เส้นละ ๕๐ เมตร          
  ข. ระยะทางจากจุดที่ตั้งปืนซึ่งแต่ละเส้นโค้ง   ง.  ระยะทางจากหลุมของ หน.ชุดยิง  ห่างกัน      
    ห่างกัน ๕๐ เมตร     เส้นละ ๑๐๐ เมตร          
๗. ตามปกติใครเป็นตัวแทน   ผบ.ร้อย ในการลาดตระเวนที่มั่นใหม่          
  ก. รอง ผบ.ร้อย   ค. รอง ผบ.มว.ค.๖๐          
  ข. ผบ.มว.ค.๖๐   ง. รอง ผบ.มว.ปล.          
๘. ส่วนที่เหลือไว้ปะทะของหมู่   ปล. ปกติจะกำหนดให้หมู่ใด          
  ก. หมู่ทางขวาสุด   ค. หมู่ในย่านกลาง          
  ข. หมู่ทางซ้ายสุด   ง. หมู่ที่เป็นกองหนุน          
๙. พื้นที่ซึ่งหน่วยทหารที่จะเข้าตีได้มารวมกันอยู่ก่อนที่จะปฏิบัติทางยุทธวิธี  คือ        
  ก. แนวประสานการปฏิบัติขั้นสุดท้าย ค. ฐานออกตี          
  ข. แนวออกตี   ง. ที่รวมพล          
๑๐. แนวที่ห่างจากที่หมาย  ๓๐๐ - ๑,๐๐๐    เมตร  คือข้อใด          
  ก. แนวออกตี   ค. ที่รวมพล          
  ข. ฐานออกตี   ง. ทิศทางการเข้าตี          
๑๑. การตั้งรับมี  ๒    แบบคือ                
  ก. แบบหลัก , แบบรอง   ค. แบบพื้นที่ , แบบเคลื่อนที่          
  ข. แบบตรง , แบบวงกลม   ง. แบบเส้นตรง , แบบสี่เหลี่ยม          
๑๒. การตั้งรับแบ่งพื้นที่เป็น  ๒    ส่วนคือ  ข้อใด            
  ก. พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน   , พื้นที่การรบ ค. พื้นที่การรบ , พื้นที่กองหนุน          
  ข. กองรักษาด่านรบ   , กองรักษาด่านทั่วไป ง. พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน          
๑๓. พื้นที่การรบแบ่งเป็น  ๒    ส่วน  คือ                
  ก. พื้นที่ตั้งรับหน้า   , พื้นที่กองรักษาด่านรบ ค. พื้นที่ตั้งรับหน้า   , พื้นที่กองหนุน        
  ข. พื้นที่ตั้งรับหน้า   , พื้นที่กองรักษาด่านทั่วไป ง. พื้นที่กองหนุน   , พื้นที่กองรักษาด่าน        
๑๔. ที่รวมพลจะอยู่ห่างจากแนวออกตี  ระยะไม่เกินเท่าไร          
  ก. ๔   กม.   ค. ๖   กม.          
  ข. ๕   กม.   ง. ๗   กม.          
๑๕. ข้อใดไม่ใช่ลักษณะอันพึงประสงค์ของที่รวมพล          
  ก.  มีการกำบัง    และการซ่อนพราง ค. ปลอดภัยจากการโจมตีทั้งทางภาคพื้นดิน   และ    
          ทางอากาศ          
  ข. มีพื้นที่กว้างพอที่จะกระจายกำลัง ง.  พื้นที่ที่ข้าศึกสามารถตรวจการณ์ได้ชัดเจน      
๑๖. ข้อใดหมายถึงการรบด้วยวิธีรุก                
  ก. การเคลื่อนที่เข้าปะทะและการเข้าตี ค. ปฏิบัติการเข้าตี          
  ข. เตรียมการ   ง. การยึดที่หมาย  และเสริมสร้างความมั่นคง      
๑๗. การเข้าตีแบ่งขั้นการเข้าตีเป็นกี่ขั้น          
  ก. ๑   ขั้น   ค. ๓   ขั้น          
  ข. ๒   ขั้น   ง. ๔   ขั้น          
๑๘. การตั้งรับมี  ๒    แบบคืออะไรบ้าง                
  ก. แบบหลัก , แบบรอง   ค. แบบพื้นที่ , แบบเคลื่อนที่          
  ข. แบบตรง , แบบวงกลม   ง. แบบเส้นตรง , แบบสี่เหลี่ยม          
๑๙. การตั้งรับแบบพื้นที่เป็น  ๒    ส่วนคือพื้นที่อะไรบ้าง          
  ก. พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน   , พื้นที่การรบ ค. พื้นที่การรบ , พื้นที่กองหนุน          
  ข. กองรักษาด่านรบ   , กองรักษาด่านทั่วไป ง. พื้นที่ส่วนระวังป้องกัน          
๒๐. การถอนตัวโดยไม่สมัครใจ   ( ถอนตัวเมื่อถูกข้าศึกกดดัน) จะถอนตัวในเวลาใด         
  ก. เวลาเที่ยงตรง   ค. เวลาเช้า          
  ข. เวลากลางคืน   ง. เวลาใดก็ได้ที่ถูกข้าศึกเข้าตี          
                     
                     

 

                                วิชา มว.อวน.,มว.ค.หนัก เข้าตี

                   สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้   นศท.ชั้นปีที่ ๕ ชาย จำนวน ๑๐ ข้อ

       
         
๑. มว.อวน. จัดอยู่ในกองบังคับการ   และกองร้อยสนับสนุนการรบ    กองพันทหารราบมีภารกิจช่วยเหลือการยิง        
  อย่างใกล้ชิด   และต่อเนื่องการจัดกำลังประกอบด้วยอะไรบ้าง        
  ก. บก.มว ., ตอน   ปรส.๑๐๖ , ตอน ค.๘๑ ค. บก.มว,ตอน   เอ็ม.๒๐๓ , ตอนอาวุธยิงอัตโนมัติ  
  ข. บก.มว ., ตอน   ปก.เอ็ม.๖๐ , ตอน ค.๖๐ ง. บก.มว ., ตอน   ค.๖๐ , ตอน ค.๑๒๐      
๒. การใช้ มว.อวน. ทางยุทธวิธีมีการใช้กี่วิธีอะไรบ้าง        
  ก. ๒  วิธี    ช่วยโดยตรง , ช่วยส่วนรวม ค. ๔ วิธี   ช่วยโดยตรง , ช่วยส่วนรวม , ขึ้นสมทบ ,   
          เพิ่มเติมกำลังยิง        
  ข. ๓  วิธี    ช่วยโดยตรง , ช่วยส่วนรวม , ขึ้นสมทบ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ        
๓. ภารกิจของตอน ปรส.๑๐๖ มีภารกิจหลัก   และภารกิจรองอะไรบ้าง        
  ก. ทำลายเป้าหมายทหารราบเป็นกลุ่มก้อน ค. ทำลายรถถังของข้าศึก   และสนับสนุนการยิง      
          อย่างใกล้ชิดและต่อเนื่อง        
  ข. ทำลาย   ปก.ข้าศึก และทหารราบข้าศึก ง. ทำลายอากาศยาน   และปืนใหญ่ข้าศึก      
๔. คำสั่งการเข้าตีของ ผบ.มว.อวน. ใช้คำสั่งยุทธการ ๕ ข้อ   ประกอบด้วยอะไรบ้าง        
  ก. สถานการณ์ ,   กำลังฝ่ายข้าศึก , กำลังฝ่ายเรา ,  ค. สถานการณ์ ,   ภารกิจ , การช่วยรบ ,       
    หน่วยแยก   และหน่วยสมทบ , การปฏิบัติ การบังคับบัญชา   , การติดต่อสื่อสาร      
  ข. สถานการณ์ ,   ภารกิจ , การช่วยรบ , ที่ตั้งยิง ,  ง. สถานการณ์ ,   ภารกิจ , การปฏิบัติ ,       
    การติดต่อสื่อสาร     การช่วยรบ ,   การบังคับบัญชา และ      
          การติดต่อสื่อสาร        
๕. ตอน ค.๘๑ มีหมู่ ค.๘๑ สามหมู่  ผบ.ตอน ค.๘๑    มีอัตรายศอะไร และมีปืนค.๘๑ กี่กระบอก        
  ก. ร.ท. , มี ค.๘๑    สามกระบอก   ค. จ.ส.อ.(พ) , มี   ค.๘๑  สามกระบอก      
  ข. ร.ต. , มี ค.๘๑    สองกระบอก   ง. จ.ส.อ. , มี   ค.๘๑  สองกระบอก      
                   
                   
                   
๖. การยิงสนับสนุนระหว่างการเข้าตี ค.๘๑   เป็นส่วนหนึ่งของการยิงสนับสนุนก่อนการเข้าตี ระหว่างการเข้าตี        
  และการเสริมความมั่นคง ณ   ที่หมายและจัดระเบียบใหม่การยองของ ค.๘๑    มีอยู่ ๓ ประเภท อะไรบ้าง
  ก. ยิงระยะไกล ,   ยิงระยะใกล้ , ยิงฉากป้องกัน ค. ยิงสนับสนุนทางปีก   , ยิงหาหลักฐาน ,       
    ขั้นสุดท้าย     ยิงป้องกันการเข้าตี        
  ข. ยิงตามกำหนดเวลา   , ยิงตามคำขอ , ยิงเป้าหมาย ง. ยิงสนับสนุนโดยตรง   , ยิงสนับสนุนส่วนรวม ,      
    ตามเหตุการณ์      ยิงสนับสนุนการเข้าตี        
๗. หมวดเครื่องยิงหนัก    กรมทหารราบจัดอยู่ในอัตราของกองร้อยใด        
  ก. กองร้อยสนับสนุนการรบ   กรมทหารราบ ค. กองร้อยเครื่องยิงหนัก  กรมทหารราบ      
  ข. กองร้อยรถสายพานลำเลียงพล  กรมทหารราบ ง. กองร้อยกองบังคับการ  กรมทหารราบ      
๘. การใช้หมวด ค.หนักทางยุทธวิธี   มีการใช้อยู่กี่วิธีอะไรบ้าง        
  ก. ๑  วิธี  การช่วยส่วนรวม   ค. ๓  วิธี    การช่วยส่วนรวม , ช่วยโดยตรง ,       
          การขึ้นสมทบ        
  ข. ๒  วิธี    การช่วยส่วนรวม , ช่วยโดยตรง ง. ๔  วิธี    การช่วยส่วนรวม , ช่วยโดยตรง ,       
          การขึ้นสมทบ ,   การเพิ่มเติมกำลังยิง      
๙. การดำเนิการเข้าตี ผบ.มว.ค.หนัก   จะต้องจัดทำแผนการยิงสนับสนุนให้กับหน่วย ทั้งนี้เพื่อสามารถยิงต่อเนื่อง        
  และทันเวลาที่หมายยิงของ มว.ค.หนัก   ได้แก่ที่หมายในลักษณะใด        
  ก. อาวุธประจำหน่วยของข้าศึก   ค. ลาดหลังเป็นพื้นที่กำบัง        
  ข. ที่หมายบุคคลเป็นกลุ่มก้อน   ง. ถูกทุกข้อ        
๑๐. ผบ.มว.ค.หนัก   อัตรายศอะไร              
  ก. ร้อยตรี   ค. ร้อยเอก        
  ข. ร้อยโท   ง. พันตรี        
                   
                   

 

                   วิชา กองร้อย อวบ.ร่นถอย , รบหน่วงเวลา , มว.อวน.ถอนตัว ,   มว.ค.หนัก ร่นถอย          
                      สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้  นศท.ชั้นปีที่ ๕ ชาย  จำนวน    ๒๐  ข้อ          
           
๑. ความมุ่งหมายของการร่นถอย  ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด          
  ก. เพื่อยังความรบกวน   , ความอ่อนเพลีย และทำความ ค. เพื่อผละออกจากการรบ   และประวิงเวลา      
    หนักใจให้ข้าศึก                
  ข. เพื่อดึงข้าศึกไปในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวย ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
๒. การร่นถอยเป็นการเคลื่อนย้ายหน่วยลงไปข้างหลัง   หรือถอยห่างออกจากข้าศึกอาจถูกบีบบังคับ หรือด้วยความ          
  สมัครใจ   ประเภทของการร่นถอยแบ่งออกเป็นกี่ประเภทอะไรบ้าง          
  ก. ๒ ประเภท   การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา ค. ๔ ประเภท   การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา ,      
          การถอย , การถอนตัว          
  ข. ๓ ประเภท   การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา , ง. ๕ ประเภท   การถอนตัว , การรบหน่วงเวลา ,      
    การถอย     การถอย ,   การถอนตัว , การถอนตัวเวลาใน      
          เวลากลางวัน การถอนตัวในเวลากลางคืน          
๓. การถอนตัว คือ การปฏิบัติซึ่งกำลังทั้งหมด   หรือกำลังบางส่วนผละออกจากการปะทะข้าศึก กระทำได้กี่วิธีอะไร          
  บ้าง                  
  ก. ๑ วิธี  การถอนตัวในเวลากลางวัน ค . ๓ วิธี  การถอนตัวในเวลากลางวัน , การถอน      
          ตัวในเวลากลางคืน   , การถอนตัวสลับ        
  ข. ๒ วิธี  การถอนตัวในเวลากลางวัน , การถอน ง. ๔ วิธี  การถอนตัวในเวลากลางวัน , การถอน      
    ตัวในเวลากลางคืน     ตัวในเวลากลางคืน   , การถอนตัวสลับ , การ      
          ถอนตัวเมื่อถูกกดดัน          
๔. ตามอุดมคติแล้วการถอนตัวที่กระทำด้วยความสมัครใจ   และลวงข้าศึก รักษาความลับไว้มากที่สุดเท่าที่จะกระทำ          
  ได้ เป็นการถอนตัวเมื่อใด          
  ก. การถอนตัวในเวลากลางวัน   ค. การถอนตัวในเวลากลางคืน          
  ข. การถอนตัวเมื่อถึงเวลาพลบค่ำ ง. การถอนตัวเมื่อเวลารุ่งสาง          
                     
๕. มาตรการควบคุมในการถอนตัว  ข้อใดกล่าวไว้ถูกต้องที่สุด          
  ก. เส้นทาง   เขตการถอนตัว ที่รวมพล ค. มาตรการระวังป้องกัน   ภารกิจที่ต้องปฏิบัติใน      
          พื้นที่แห่งใหม่          
  ข. ที่ตั้งส่วนกำบัง   จุดนัดพบ การลาดตระเวนตรวจ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
    ภูมิประเทศ                
 ๖ . การปฏิบัติการถอนตัว ข้อใดกล่าวถูกต้อง          
  ก. การปฏิบัติซึ่งหน่วยทหารทำการถอนตัว   โดยไม่มี ค. การปฏิบัติหลังแนวข้าศึก   โดยสืบเนื่องมาจาก      
    การกดดันจากข้าศึก   กระทำต่อจากการถอนตัวจาก กำลังบางส่วนหรือทั้งหมดถูกตัดขาดออกจาก    
    การรบ     กันโดยการกระทำของข้าศึก          
  ข. การปฏิบัติของกำลังส่วนใหญ่ผละออกจากการปะทะ ง. ถูกทั้ง ข้อ ก. และ ข้อ ข.          
    และจัดรูปขบวนเดินทาง                
๗. การถอนตัวในเวลากลางคืน   เป็นการถอนตัวเมื่อไม่ถูกข้าศึกกดดัน ส่วนกำบังของการถอนตัว คือส่วนเหลือไว้          
  ปะทะ กำลังในส่วนนี้จะมีกำลังในอัตราส่วนเท่าใด          
  ก. กำลังส่วนเหลือไว้ปะทะ   ๑ ใน ๒ ของกำลัง ค. กำลังส่วนเหลือไว้ปะทะ   ๑ ใน ๔ ของกำลัง      
    ส่วนใหญ่     ส่วนใหญ่          
  ข. กำลังส่วนเหลือไว้ปะทะ   ๑ ใน ๓ ของกำลัง ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
    ส่วนใหญ่                
๘. การถอนตัวในเวลากลางคืนกำลังส่วนที่เหลือไว้ปะทะของกองร้อย   อวบ. ผู้ใดเป็นผู้ควบคุมกำลังในส่วนที่เหลือ          
  ไว้ปะทะ          
  ก. ผบ.ร้อย อวบ.   ค. ผบ.มว.ค.๖๐          
  ข. รอง ผบ.ร้อย อวบ.   ง. ผบ.มว.ปล.   หมวดใดหมวดหนึ่ง        
                     
                     
                     
                     
๙. ในการถอนตัวในเวลากลางคืนกำลังทะเงหมดของกองร้อย   ยกเว้นส่วนที่เหลือไว้ปะทะเคลื่อนที่ไปข้างหลังโดย          
  พร้อมเพียงกันตามเวลาที่กำหนด   โดยเคลื่อนที่จากแนวตั้งรับผ่านจุดสำคัญอะไรบ้าง จนถึงที่รวมพลกองร้อย          
  ก.                                                                                   Bitmap                   
ทหารทุกคนเคลื่อนที่จากหลุมบุคคลไปยัง 
  ค.                  Bitmap                   
ทหารทุกคนเคลื่อนที่จากหลุมบุคคลไปยัง 
         
                     Bitmap                   
ที่รวมพบหมวด            ที่รวมพลกองร้อย
                     Bitmap                           Bitmap                   
ที่รวมพบหมู่            ที่รวมพลหมวด
         
          ที่รวมพลกองร้อย          
  ข.                  Bitmap                   
ทหารทุกคนเคลื่อนที่จากหลุมบุคคลไปยัง 
  ง.                  Bitmap                   
ทหารทุกคนเคลื่อนที่จากหลุมบุคคลไปยัง 
         
                     Bitmap                   
ที่รวมพบหมู่            ที่รวมพลกองร้อย
                     Bitmap                           Bitmap                   
ที่รวมพบหมู่            ที่รวมพลกองพัน
         
          ที่รวมพลกองร้อย          
๑๐. กำลังส่วนที่เหลือไว้ปะทะจะดำเนินการถอนตัวตามขั้นตอนเหมือนกับกำลังส่วนใหญ่   เพื่อเข้าที่รวมพลต่าง ๆ
  ตามที่ได้วางแผน และลาดตระเวนไว้   อยากทราบว่ากำลังในส่วนนี้จะถอนตัวเมื่อใด          
  ก. ถอนตัวหลังจากกำลังส่วนใหญ่   ๑ ชม. ค. ถอนตัวหลังจากกำลังส่วนใหญ่   ๒ ชม.        
  ข. ถอนตัวเมื่อได้รับคำสั่งจาก   รอง ผบ.ร้อย ง. ถอนตัวตามเวลา   น. ในคำสั่งยุทธการ หรือ      
          คำสั่งในการถอนตัวที่   ผบ.ร้อย สั่งการไว้      
๑๑. การถอนตัวในเวลากลางวันเป็นสิ่งที่ไม่พึงประสงค์แต่ก็ต้องกระทำจากการบีบบังคับจากข้าศึกเป็นการปฏิบัติ          
  ของหน่วยในแนวหน้าทำการสู้รบมาข้างหลัง   โดยมีหน่วยข้างหลังเป็นส่วนกำบัง ความสำเร็จของการถอนตัวใน          
  เวลากลางวันจะขึ้นอยู่กับอะไร          
  ก. การวางแผนอย่างมีประสิทธิภาพ   และการควบคุม ค. ลักษณะความเป็นผู้นำอย่างเข้มแข็ง        
    บังคับบัญชา                
  ข. ความสำเร็จในการเคลื่อนที่   และการใช้อำนาจ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
    การยิง                
๑๒. การถอนตัวในเวลากลางวันของหมวดในแนวหน้า ของกองร้อย   อวบ. ส่วนกำบังในการถอนตัวให้กับกำลัง          
  ส่วนใหญ่ คือหน่วยใด          
  ก. หมวดหนุนของกองร้อย   ค. หมวด ค.๖๐ ของกองร้อย          
  ข. หมวดในแนวหน้าของกองร้อย ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
                     
๑๓. การปฏิบัติการถอนตัวในเวลากลางวัน กองร้อย อวบ.   ในแนวหน้าปะทะข้าศึก และ ผบ.ร้อย ได้อนุมัติให้ดำเนิน          
  การถอนตัวเมื่อถูกข้าศึกกดดันตามหลักการถอนตัวแล้วหน่วยที่จะถอนตัวในลำดับแรกคือหน่วยใด          
  ก. มว.ปล.   ที่ปะทะกับข้าศึกมากที่สุด ถอนตัวก่อน ค. มว.ปล.   ที่ปะทะกับข้าศึกน้อยที่สุด ถอนตัวก่อน    
  ข. ทุกหมวดรีบถอนตัวโดยพร้อมเพียงกัน ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
๑๔. กองร้อย อวบ. ในการรบหน่วงเวลา   อยากทราบว่าการรบหน่วงเวลา ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด          
  ก. การปฏิบัติซึ่งหน่วยในแนวหน้าถอนตัว   โดยมีหน่วย ค. การปฏิบัติซึ่งหน่วยยอมเสียพื้นที่   เพื่อให้ได้      
    ข้างหลังเป็นส่วนกำบัง     เวลา   และยังความสูญเสียให้กับข้าศึกอย่างมาก    
          ที่สุด โดยไม่ทำการรบแตกหัก          
  ข. การปฏิบัติซึ่งการถอนตัว   ส่วนใหญ่ขึ้นอยู่กับการ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
    รักษาเวลา   ความลับใช้การลวง เพื่อทำให้ข้าศึก          
    สับสน และรบกวนข้าศึก                
๑๕. การปฏิบัติการรบหน่วงเวลาของกองร้อย อวบ.   ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด          
  ก. ถอนตัวเมื่อได้รับอนุมัติจาก   ผบ.พัน และรายงาน ค. ถอนตัวจากที่มั่นลงมาตามลำดับ   และวิธีสลับ      
    สถานการณ์ให้ทราบตลอดเวลา              
  ข. ถอนตัวก่อนมีการรบประชิด   ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
๑๖. หมวดอาวุธหนักมี ๒ ตอน (   หมู่ ตอน หมวด ) คือ ตอน ค.๘๑ และตอน ปรส.๑๐๖ ตอน ค.๘๑ มีเครื่องยิงอยู่
  กี่กระบอก ผบ.ตอนมีอัตรายศอะไร          
  ก. ๒ กระบอก ผบ.ตอน ยศ ร.ต.   ค. ๔ กระบอก ผบ.ตอน ยศ ร.อ.          
  ข. ๓ กระบอก ผบ.ตอน ยศ ร.ท.   ง. ๓ กระบอก ผบ.ตอน ยศ ร.ต.          
๑๗. การถอนตัวในเวลากลางคืน   หรือการถอนตัวเมื่อข้าศึกไม่กดดัน มว.อวน. จำเป็นจะต้องจัดส่วนเหลือไว้ปะทะ          
  เช่นเดียวกับกองร้อย อวบ.   สำหรับส่วนที่เหลือไว้ปะทะของ มว.อวน. จะจัดในอัตราส่วนเท่าใด          
  ก. จัดกำลัง ๑ ใน ๓   ค. จัดกำลัง ๑ ใน ๒          
  ข. จัดกำลัง ๑ ใน ๔   ง. ถูกทุกข้อ          
                     
                     
๑๘. มว.ค.หนัก จัดอยู่ในอัตราของกองร้อยเครื่องยิงหนักของ   กรมทหารราบ อยากทราบว่าใช้อาวุธเครื่องยิงลูก          
  ระเบิดขนาดใด และ ๑ มว.ค.หนัก มีเครื่องยิงกี่กระบอก   เมื่อจัดกำลังยามปกติ          
  ก. ค.๖๐ มม.   ประกอยด้วยเครื่องยิง ๓ กระบอก ค. ค.๑๐๕ มม.   ประกอยด้วยเครื่องยิง ๓ กระบอก      
  ข. ค.๘๑ มม.   ประกอยด้วยเครื่องยิง ๓ กระบอก ง. ค.๑๒๐ มม.   ประกอยด้วยเครื่องยิง ๓ กระบอก      
๑๙. การใช้ ค.หนัก ทางยุทธวิธีใช้ได้กี่ลักษณะอะไรบ้าง          
  ก. ๒ ลักษณะ ใช้ช่วยส่วนรวม   ใช้ช่วยโดยตรง ค. ๔ ลักษณะ ใช้ช่วยส่วนรวม   ใช้ช่วยโดยตรง      
          การขึ้นสมทบ   และการเพิ่มเติมกำลังยิง      
  ข. ๓ ลักษณะ ใช้ช่วยส่วนรวม   ใช้ช่วยโดยตรง ง. ๕ ลักษณะ ใช้ช่วยส่วนรวม   ใช้ช่วยโดยตรง      
    การขึ้นสมทบ     การขึ้นสมทบ   การเพิ่มเติมกำลังยิง และการยิง      
          เป็นหน่วยกองพัน          
๒๐. ผู้บังคับหมวด ค.หนัก มียศอะไร          
  ก. ร.ต.   ค. ร.อ.          
  ข. ร.ท.   ง. พ.ต.          
                     
             
                     
                      วิชา หมวดอาวุธหนักตั้งรับ หมวด ค.หนัก ตั้งรับ  สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้          
                                       นศท.ชั้นปีที่ ๕   ชาย  จำนวน  ๑๐    ข้อ          
           
๑. หมวดอาวุธหนักเป็นหน่วยยิงสนับสนุนในอัตราการจัดของกองร้อยสนับสนุนการรบกองพันทหารราบ   อัตรา          
  การจัดหมวดอาวุธหนักข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง          
  บก.มว.อวน. ,   ตอน ค.๘๑ , ตอน ปรส.๑๐๖ ค. บก.มว.อวน. ,   ตอน ค.๖๐ , ตอน ปรส.๑๐๖      
  ข. บก.มว.อวน. ,   ตอน ค.๖๐ , ตอน ค.๘๑ ง. บก.มว.อวน. ,   ตอน ค.๘๑ , ตอน ค.๑๒๐      
๒. ตอน ปรส.๑๐๖ เป็นอาวุธต่อสู้รถถังมีความแม่นยำ   และหยุดการเคลื่อนที่ของยานเกราะได้ในระยะยิงหวังผล          
  ไกลสุด ๑,๑๐๐  เมตร ในการตั้งรับ   หลักการใช้ทางยุทธวิธีของตอน ปรส.๑๐๖ ข้อใดกล่าวถูกต้อง  
  ปรส.๑๐๖   ได้รับมอบพื้นที่ตั้ง และหน้าที่รวมกับ ค. ปรส.๑๐๖   ใช้ทำการยิงสนับสนุนอย่างใกล้ชิด      
    อาวุธต่อสู้รถถังชนิดอื่น   อาวุธเหล่านี้จะต้องตั้งยิง และต่อเนื่องให้กับกองร้อย   อวบ.        
    ล้ำไปข้างหน้า                
  ข. ปรส.๑๐๖ ใช้ ณ.   ตำบลซึ่งสามารถคุ้มครองเครื่อง ง. ถูกทั้งข้อ ก. และข้อ ข.          
    เครื่องกีดขวางตามธรรมชาติ   หรือสร้างขึ้น              
๓. คำสั่งการตั้งรับของตอน ปรส.๑๐๖ ใช้คำสั่งยุทธการ ๕   ข้อ ออกด้วยวาจา และเพิ่มเติมในเรื่องใดบ้าง          
  พื้นที่ตั้งยิงจริง   สำรอง ทิศทางยิงหลัก เขตการยิง ค. ข้อแนะนำในการลำเลียงกระสุน   ประสานอาวุธ      
          ต่อสู้รถถังข้างเดียว          
  ข. เวลาเริ่มยิง   ชนิดของที่ตั้งยิง ลำดับความเร่งด่วนใน ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
    การสร้าง                
๔. การจัดหน่วย ตอน ค.๘๑ ของ มว.อวน.   กองร้อยสนับสนุนการรบกองพันทหารราบ ข้อใดจัดถูกต้องที่สุด          
  บก.ตอน , ๒ หมู่ ค.๘๑   ค. บก.ตอน , ๔ หมู่ ค.๘๑          
  ข. บก.ตอน , ๓ หมู่ ค.๘๑   ง. บก.ตอน , ๕ หมู่ ค.๘๑          
๕. ตอน ค.๘๑ ในการตั้งรับ มีหลักการใช้ทางยุทธวิธีอย่างไร          
  ใช้เป็นตอน   หรือหมู่ก็ได้ เมื่อไม่สามารถทำการยิง ค. ใช้สมทบกองรักษาด่านรบ   เมื่อกองรักษาด่าน      
    ตลอดกว้างด้านหน้า     รบอยู่ห่างจากที่มั่นใหญ่มาก          
  ข. การป้องกันพื้นที่กว้างด้านหน้ามากจะต้องแยกหมู่ ง. ที่กล่าวมาแล้วถูกทุกข้อ          
๖. ในการเข้าที่ตั้งยิงในการตั้งรับ ผบ.ตอน   จะเป็นผู้เลือกที่ตั้งยิงให้กับหมู่ปืน ในขั้นต้นจะจัดที่ตั้งยิงไว้ชั่วคราว          
  เมื่อดัดแปลงที่ตั้งยิงจริงให้เสร็จเรียบร้อยแล้วหมู่ปืนจะเข้าประจำที่ตั้งยิง ผบ.ตอน ครวเลือกที่ตั้งยิงเพิ่มเติมอีก
  กี่แห่ง                
  ๑  แห่ง   ที่ตั้งยิงสำรอง   ค. ๓  แห่ง ที่ตั้งยิงสำรอง , ที่ตั้งยิงเพิ่มเติม   ,       
          ที่ตั้งยิงถอนตัว          
  ข. ๒ แห่ง  ที่ตั้งยิงสำรอง , ที่ตั้งยิงเพิ่มเติม ง. ๔  แห่ง ที่ตั้งยิงสำรอง , ที่ตั้งยิงเพิ่มเติม   ,       
          ที่ตั้งยิงถอนตัว   , ที่ตั้งยิงเอนกประสงค์        
๗. การเปลี่ยนย้ายที่ตั้งยิงของ ค.๘๑   มีการเปลี่ยนย้ายที่ตั้งยิงอยู่ ๓ วิธี คือ แบบ ๓ ขั้น , ๒ ขั้น และ ๑ ขั้น อยาก          
  ทราบว่าการเปลี่ยนย้ายที่ตั้งยิงแบบ   ๑ ขั้น ข้อใดกล่าวได้ถูกต้อง          
  หมู่แรกเคลื่อนที่ไปยังที่ตั้งยิงแห่งใหม่   ๒ หมู่ ยังคง ค. ทำการเปลี่ยนย้ายพร้อมกันทั้ง   ๓ หมู่        
    ตั้งในที่เดิม                
  ข. ๒   หมู่แรกเคลื่อนที่ไปยังที่ตั้งยิงแห่งใหม่อีก ๑ หมู่ ง. ถูกทุกข้อ          
    ยังคงตั้งในที่เดิม                
๘. ขีดความสามารถกองร้อย ค.หนัก ของกรมทหารราบ   ข้อใดกล่าวได้ถูกต้องที่สุด          
  เคลื่อนย้ายบนเส้นทางถนนได้อย่างรวดเร็ว  ค. ทำการยิงสนับสนุนอย่างรุนแรงได้ระยะเวลา      
    แต่จำกัดความคล่องแคล่วเมื่อเคลื่อนที่บอกเส้นทาง สั้น   เพราะจำกัดการลำเลียงกระสุน        
  ข. สามารถเข้าที่ตั้งยิง   เปลี่ยนย้ายที่ตั้งยิงได้รวดเร็ว ง. ถูกทุกข้อ          
    และป้องกันที่ตั้งยิงตนเองได้อย่างจำกัด              
๙. หลักการใช้ ค.หนัก ทางยุทธวิธี มีวิธีใช้อยู่กี่ลักษณะ   อะไรบ้าง          
  ๒  ลักษณะ ช่วยส่วนรวม , ช่วยโดยตรง ค. ๔   ลักษณะ ช่วยส่วนรวม , ช่วยโดยตรง ,       
          ขึ้นสมทบ , เพิ่มเติมกำลังยิง          
  ข. ๓   ลักษณะ ช่วยส่วนรวม , ช่วยโดยตรง ,  ง. ๔   ลักษณะ ช่วยส่วนรวม , ช่วยโดยตรง ,       
    ขึ้นสมทบ     ขึ้นสมทบ ,   เพิ่มเติมกำลังยิง , ยิงฉากป้องกัน      
          ขั้นสุดท้าย          
                     
๑๐. การยิงในการตั้งรับของ มว.ค.หนัก   ประกอบด้วยการยิงกี่ประเภท อะไรบ้าง          
  ๑  ประเภท   การยิงระยะไกล   ค. ๓  ประเภท การยิงระยะไกล , การยิงระยะใกล้      
          การยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย          
  ข. ๒  ประเภท การยิงระยะไกล , การยิงระยะใกล้ ง. ๔  ประเภท การยิงระยะไกล , การยิงระยะใกล้      
          การยิงฉากป้องกันขั้นสุดท้าย   , การยิงภายใน      
          พื้นที่การรบ          
             
Visitors: 250,578