แผนกวิชาอาวุธ

 

       

                                     แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา ปืนเล็กยาว เอ็ม ๑๖ เอ ๑

                              สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้   นศท.ชั้นปีที่ ๒ จำนวน ๑๐ ข้อ

 
๑.  ข้อใดกล่าวถูกต้อง  เกี่ยวกับการทำงานของ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑
  ทำงานด้วยแก๊ส   การถอยหลังของลำกล้องปืน
  การเลื่อนลำกล้องออกและเข้า   ทำงานด้วยส่วนเคลื่อนที่
๒.  ปลย.เอ็ม ๑๖   เอ ๑ มีระยะยิงไกลสุดเท่าไร
  ๒,๕๖๓ เมตร   ๓,๖๕๒ เมตร
  ๒,๖๕๓ เมตร   ๓,๕๖๓ เมตร
๓.  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับระยะยิงหวังผลของ   ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑
  ๔๖๐ เมตรลงมา    ๕๐๐ เมตรลงมา
  ๓๖๐ เมตรลงมา   ๔๐๐ เมตรลงมา
๔.  ปลย.เอ็ม ๑๖   เอ ๑ เมื่อไม่บรรจุซองกระสุนและสายสะพายปืน    มีน้ำหนักเท่าไร
  ๕.๖ ปอนด์   ๗.๖ ปอนด์
  บรรจุด้วยคลิ๊ปกระสุน   บรรจุด้วยสายกระสุน
๕.  ข้อใดกล่าวถูกต้องเกี่ยวกับการบรรจุกระสุนของปลย.เอ็ม   ๑๖ เอ ๑
  บรรจุด้วยซองกระสุน   บรรจุด้วยมือ
  บรรจุด้วยคลิ๊ปกระสุน   บรรจุด้วยสายกระสุน
๖.  ซองกระสุนของปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มี๒ขนาด   คือขนาดใดบ้าง
  ๒๐ และ ๔๐ นัด   ๒๐ และ ๓๐ นัด
  ๓๐ นัด และ ๔๐ นัด     ๒๐ นัด และ ๔๕ นัด
๗.  ปลย.เอ็ม ๑๖   เอ ๑ เมื่อบรรจุซองกระสุนขนาด ๒๐ นัด และสายสะพายปืน  มีน้ำหนักพร้อมยิงเท่าไร
  ๕.๖ ปอนด์   ๗.๖ ปอนด์
  ๖.๗ ปอนด์                ๖.๕ ปอนด์
๘.  จำนวนเกลียวภายในลำกล้อง ของ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑   มีกี่เกลียวและเวียนอย่างไร
  ๕    เกลียวเวียนขวา   ๕    เกลียวเวียนซ้าย
  ๖    เกลียวเวียนขวา   ๖    เกลียวเวียนซ้าย
๙.  กระสุนที่ใช้กับ ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มี่กี่ชนิด
   ๓  ชนิด   ๔  ชนิด
  ๕  ชนิด   ๖  ชนิด
๑๐.  การถอดประกอบ   ปลย.เอ็ม ๑๖ เอ ๑ มีความมุ่งหมายเพื่อศึกษา, แก้ไขเหตุติดขัด 
  และทำความสะอาดอาวุธ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท  
  ๑ ประเภท    ๒ ประเภท
  ๓ ประเภท   ๔ ประเภท
           

 

                                วิชา ปก.M ๖๐ สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้ นศท.ชั้นปีที่   ๓ 
                                                          จำนวน  ๒๐ ข้อ 
 
๑. ปก.เอ็ม.๖๐     เป็นอาวุธยิงอัตโนมัติบรรจุในหน่วยระดับหมวดปืนเล็ก  
  ระยะยิงไกลสุด ๓,๗๒๕ ม. ยิงหวังผล ตั้งแต่ระยะใดลงมา
  ๓,๗๒๕ ม.                                                ๑,๑๐๐ ม.
  ๒,๑๐๐ ม.      ๑, ๕๐๐ ม.
๒. ปก.เอ็ม. ๖๐ มีอัตราการยิงอยู่ ๓ แบบ   คือการยิงต่อเนื่อง,การยิงเร็วและ
  การยิงอัตราสูงสุดอยากทราบว่า อัตราการยิงเร็ว พลยิง   ปก.เอ็ม.๖๐                  
  จะยิงกี่นัดต่อนาที
  ๑๐๐  นัด/นาที   ๕๕๐ นัด/นาที
  ๑,๐๐๐ นัด/นาที    ๒๐๐ นัด/นาที
๓. ปก.เอ็ม. ๖๐ ทำงานด้วยแก๊ส   ระบายความร้อนด้วยอากาศ 
  ป้อนกระสุนด้วยอะไร
  ซองกระสุน   สายกระสุน
  มือ    ถูกทุกข้อ
๔. ปก. เอ็ม ๖๐ จัดเป็นอาวุธประจำหน่วย   มีขนาดกว้างปากลำกล้อง
  เท่าใด
  ๗.๖๓ มม.   ๗.๖๒ มม.
  ๗.๖๒ ซม.    ๕.๕๖ มม.
๕. การยิงกวาดของ ปก.เอ็ม.๖๐  เป็นการยิงที่กึ่งกลางกรวยกระสุน 
  สูงจากพื้นไม่เกิน ๑ เมตร ในพื้นที่ราบหรือลาดเสมอ   พลยิงจะทำการยิง
  ในระยะไม่เกินกี่เมตร
  ๕๐๐ เมตร    ๖๐๐ เมตร
  ๑,๕๐๐ เมตร   ๑,๖๐๐ เมตร
๖. การลุกไหม้ของกระสุนส่องวิถี   เพื่อให้ทราบวิถีของกระสุนเวลายิง  
  สามารถมองเห็นได้ถึงระยะเท่าไร
  ๙๐๐ ม.    ๑,๑๐๐ ม.
  ๒.๕๐๐ ม.   ๓,๗๒๕ ม
๗. ปก.เอ็ม.๖๐    เมื่อจะทำการยิงลูกเลื่อนจะอยู่ในลักษณะใด
  หน้าลูกเลื่อนปิด   หน้าลูกเลื่อนเปิด
  หน้าลูกเลื่อนลอยตัว   ไม่มีข้อใดถูก
           
 -๒- 
๘. การถอดปกติอนุญาตให้ถอดได้ ๖ ชิ้นส่วน ได้แก่   ๑.ชุดพานท้ายปืน     
  ๒................     ๓.ส่วนเคลื่อนที่ ๔....................    ๕. ลำกล้องปืน   
  ๖.ชุดโครงลูกเลื่อน      อีก ๒ ชิ้นส่วน คือชิ้นส่วนอะไร
  ก  เครื่องรับแรงถอย,เครื่องลั่นไก   ลูกเลื่อน,ฝาปิดห้องลูกเลื่อน
  เครื่องรับแรงถอย,แหนบ   แหนบและแกนแหนบ,
    และแกนแหนบ     เครื่องลั่นไก
๙. ชุดเครื่องเล็งของ    ปก.เอ็ม.๖๐  ประกอบด้วย   ศูนย์หน้าและศูนย์หลัง
  ศูนย์หลังสามารถปรับระยะยิงได้ตั้งแต่ระยะเท่าไรถึงระยะเท่าไร
  ๓๐๐-๒,๗๒๕ ม.   ๐-๓,๗๒๕ ม.
  ๐-๑,๑๐๐ ม.   ๓๐๐-๑,๑๐๐ ม. 
๑๐. การถอดประกอบพิเศษเป็นหน้าที่ของใคร
  พลยิง   ผบ.หมวดปืนเล็ก
  พลประจำปืน   ช่างอาวุธ

 

            วิชา การปรับการยิง ค.และ ป. สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้  

                                 นศท.ชั้นปีที่ ๓ จำนวน ๒๐ ข้อ

   
     
๑.  ชุดหลักยิงของ   ค.และชุดยิงปืนใหญ่สนามของ  ป.  แบ่งออกเป็นกี่ส่วน    
  ๓  ส่วน   ๔ ส่วน    
  ๕  ส่วน   ๖  ส่วน    
๒.  เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นและขาดไม่ได้สำหรับ   ผตน.ได้แก่อะไร    
  กล้องส่องสองตา   ภาพสังเขป                  
  แผนที่เข็มทิศ   การวัดมุมด้วยนิ้วมือ    
๓. การวัดมุมด้วยนิ้วมือ    กำมือ   มีค่าประมาณ กี่มิลเลียม    
  ๓๐๐  มิลเลียม   ๑๘๐  มิลเลียม    
  ๑๒๕  มิลเลียม   ๑๐๐  มิลเลียม    
๔. การวัดมุมด้วยนิ้วมือ    กางมือ   มีค่าประมาณ กี่มิลเลียม    
  ๓๐๐  มิลเลียม   ๑๘๐  มิลเลียม    
  ๑๒๕  มิลเลียม   ๑๐๐  มิลเลียม    
๕. การวัดมุมด้วยนิ้วมือ    นิ้วชี้,นิ้วกลางและนิ้วนาง     มีค่าประมาณ กี่มิลเลียม    
  ๓๐๐  มิลเลียม   ๑๘๐  มิลเลียม    
  ๑๒๕  มิลเลียม   ๑๐๐  มิลเลียม    
๖. ผู้ตรวจการณ์หน้า(ผตน.) เป็นเจ้าหน้าที่ของ ค.   หน้าที่ของ    ผตน.  มีกี่ประการ    
  ๓   ประการ   ๔   ประการ    
  ๕   ประการ   ๖   ประการ    
๗.  เมื่อผู้ ตรวจการณ์หน้าพบเป้าหมายจะต้องวางแผน ทำการ ร้องขอ การยิงหน้าที่ประการแรกของ ผตน.คือ     
  ร้องขอการยิง   คำนวณการยิง    
  กำหนดที่ตั้งเป้าหมาย   ออกคำสั่งยิง             
๘. การกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย สามารถทำได้กี่วิธี    
  ๓  วิธี   ๔ วิธี    
  ๕  วิธี   ๖  วิธี    
๙. คำขอยิง   ได้แก่ข่าวสารที่จำเป็นที่ศูนย์อำนวยการยิงพึงทราบเพื่อพิจารณาวิธีโจมตีเป้าหมาย  คำขอยิงมีกี่หัวข้อ  
  ๔  ข้อ   ๕  ข้อ    
  ๖  ข้อ   ๗  ข้อ    
๑๐. การกำหนดที่ตั้งเป้าหมายที่ สะดวก   เร็วและง่ายที่สุดคือวีธีใด    
  วิธีพิกัด   วิธีโปล่าร์    
  วิธีหมายพิกัด   วิธีย้ายจากจุดที่ทราบ    
๑๑. หลักฐานของเป้าหมายเพื่อการกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย  ที่จะขาดไม่ได้ในทุกๆวิธีคือ    
  ระยะเป้าหมาย    พิกัด    
  ลักษณะเป้าหมาย     มุมภาค ต.-ม.    
๑๒. คำขอยิงนั้นจะต้องส่งอย่างรวดเร็วที่สุด   หัวข้อคำขอยิง ข้อที่ ๑ ได้แก่อะไร    
  คำเตือน   การกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย    
  การแสดงตน ฯ            ลักษณะเป้าหมาย    
๑๓. ผตน.พูดร้องขอ    “ลพบุรี ๑๘ จากลพบุรี ๒๔    ปรับการยิง”     เป็นวิธีร้องขอการยิง      ด้วยวิธีอะไร    
  วิธีโปล่าร์   วิธีพิกัด    
  วิธีหมายพิกัด   วิธีย้ายจากจุดที่ทราบ    
๑๔. การบอกหลักฐานการแก้ไขทาง   ระยะ  ของ ผตน.จะบอกเป็นตัวเลข จำนวนเต็ม   เท่าไร
  ๑๐  ม.   ๕  ม.     
  ๑๐๐ ม.                              ๑,๐๐๐ ม.    
๑๕. เมื่อ ผตน.บอกที่ตั้งเป้าหมายแล้ว  ต่อไปจะต้องบอก หัวข้อคำขอยิงข้อที่ ๔   คืออะไร    
  การแสดงตน ฯ   ลักษณะเป้าหมาย    
  ที่ตั้งเป้าหมาย   วิธีโจมตี    
๑๖. การตรวจตำบลกระสุนตก    มีวิธีการตรวจอย่างไร    
  ตรวจอย่างไรก็ได้   ทางระยะ – ทางทิศ    
  ทางทิศ – ทางระยะ   ถูกทุกข้อ      
๑๗. การแก้ไขตำบลกระสุนตก    มีวิธีการแก้ไขอย่างไร    
  ตรวจอย่างไรก็ได้   ทางระยะ – ทางทิศ    
  ทางทิศ – ทางระยะ   ถูกทุกข้อ      
๑๘. ผตน. ตรวจตำบลกระสุนตกได้ว่า   “หน้า, ตรงทิศ”   ฉนั้นการแก้ไขจะต้องเป็นอย่างไร    
  ลด.....   เพิ่ม.......    
  เป้าหมาย, ยิงหาผล     ซ้ำระยะเดิม    
๑๙. ผตน. ตรวจตำบลกระสุนตกได้ว่า   “ ถูกเป้าหมาย”   ฉนั้นการแก้ไขจะต้องเป็นอย่างไร    
  ลด.....   เพิ่ม.......    
  เป้าหมาย, ยิงหาผล     ซ้ำระยะเดิม    
๒๐. หน้าที่ของ ผตน. ประการสุดท้ายคือ อะไร    
  ร้องขอการยิง   การกำหนดที่ตั้งเป้าหมาย    
  รายงานผลการยิง         ปรับการยิง    
               

                                                  แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา  ปืนพก ๘๖  

                                     สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้ นศท.ชั้นปีที่ ๔ จำนวน ๑๐ ข้อ

 
๑.  ปืนพก๘๖เป็นเป็นอาวุธที่มีขนาดน้ำหนักเบาสำหรับป้องกันตัวของพลยิงอาวุธประจำหน่วยต่าง   ๆ
  อยากทราบว่า เป็นอาวุธประจำกายของตำแหน่งอะไร
  พลยิงค. เอ็ม๒๐๓   พลยิงผู้ช่วย ค.๘๑
  พลยิงผู้ช่วยปก.เอ็ม๖๐   พลยิง ปก.เอ็ม๖๐
๒.  ระยะยิงไกลสุดของ ปืนพก ๘๖  มีระยะเท่าไร
  ๕๐๐ เมตร   ๑,๐๐๐เมตร
  ๑,๕๐๐เมตร   ๒,๐๐๐เมตร
๓.  ปืนพก๘๖มีระยะยิงหวังผลเท่าไร
  ๒๕เมตร   ๕๐เมตร
  ๑๐๐เมตร   ๑,๕๐๐เมตร
๔.  ซองกระสุนปืนพก๘๖สามารถบรรจุกระสุนได้ทั้งหมดกี่นัด
  ๑๐นัด   ๙นัด
  ๗นัด   ๑๕  นัด
๕.  ปืนพก๘๖จัดเป็นอาวุธประจำกายที่มีน้ำหนักเบาใช้ง่ายคล่องตัวมีความกว้างปากลำกล้องเท่าไร
  ๑๑มม.   ๙มม.
   ๖มม.   ๔๕นิ้ว
๖.  ปืนพก๘๖ทำการยิงแบบกึ่งอัตโนมัติเป็นอาวุธประจำกายของพลยิงอาวุธประจำหน่วยป้อนกระสุนด้วยซอง 
    กระสุน    ซึ่งบรรจุได้กี่นัด      
  ๑๐นัด   ๙นัด
  ๗นัด   ๑๕  นัด
๗.  ปืนพก๘๖ทำการยิงเป็นกึ่งอัตโนมัติหรือยิงทีละนัดโดยผู้ใช้อาวุธเมื่อเหนี่ยวไกปืนแล้วต้องปล่อยไกเสียก่อนจึงยิง
    กระสุนนัดต่อไปได้อยากทราบว่าป้อนกระสุนด้วยอะไร  
  สายกระสุน   ซองกระสุน
  ด้วยมือ   คลิ๊ปกระสุน
๘.  ปืนพก๘๖เป็นอาวุธประจำกายอยากทราบว่าทำงานด้วยอะไร
  ด้วยแก๊ส   ด้วยการถอยหลังของส่วนเคลื่อนที่
  ด้วยการสะท้อนถอยหลังของลำกล้อง   ด้วยลูกเลื่อน
๙.  กระสุนปืนพก๘๖มีกี่ชนิด
  ๓  ชนิด   ๔  ชนิด
  ๕  ชนิด   ๖  ชนิด
๑๐.  กระสุนปืนพก๘๖ที่ใช้สำหรับล่าสัตว์เล็ก   คือกระสุนอะไร
  ธรรมดา   ส่องวิถี
  ลูกปราย   ซ้อมรบ

 

                                               แบบทดสอบท้ายชั่วโมง วิชา แบบธรรมเนียมทหาร

                                                สำหรับทบทวนและทดสอบความรู้ นศท.ชั้นปีที่๓

 
 
๑. สด. 9 หมายถึง ?
  สมุดประจำตัวทหารกองหนุน   ใบสำคัญทหารกองเกิน
  ใบแสดงตน   หนังสือสำคัญแสดงวิทยฐานะ
๒. นศท. ชั้นปีที่ 3   ที่สำเร็จการศึกษามัธยมศึกษาตอนปลายหรือการศึกษา
  ด้านวิชาชีพ ซึ่งมีหลักสูตรกำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 3 ปี   เมื่อได้ขึ้นทะเบียน
  กองประจำการและปลดเป็นทหารกองหนุนตาม กม.   ว่าด้วยการรับ
  ราชการทหารแล้ว จะได้รับการแต่งตั้งยศเป็น ?
  สิบตรี   สิบโท
  สิบเอก   จ่าสิบตรี
๓. หลักฐานการสำเร็จการฝึกวิชาทหารชั้นปีที่ 3 นศท.   ที่ได้รายงานตัว
  ขอรับสิทธิขึ้นทะเบียนกองประจำการแล้วจะได้รับ ?
  สด. 3   สด. 9
  หนังสือสำคัญประจำตัวแสดง   สด. 10
    วิทยฐานะสอบได้วิชาทหาร      
๔. กองทัพบกแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น ?
  3 กองทัพภาค   4 กองทัพภาค
  5 กองทัพภาค   6 กองทัพภาค
๕. กรุงเทพมหานคร   ขึ้นการบังคับบัญชาทางทหารกับจังหวัดทหารบกใด ?
  จังหวัดทหารบกกรุงเทพฯ   จังหวัดทหารบกกาญจนบุรี
  จังหวัดทหารบกปราจีนบุรี   จังหวัดทหารบกฉะเชิงเทรา
๖. กองทัพภาคที่ 1 ตั้งอยู่ที่ ไหน ?
  จังหวัดนครศรีธรรมราช   จังหวัดพิษณุโลก
  จังหวัดนครราชสีมา   จังหวัดกรุงเทพมหานคร
๗. จทบ.สระแก้วจัดอยู่ในกองทัพภาคใด?
  กองทัพภาคที่ ๑   กองทัพภาคที่ ๒
  กองทัพภาคที่ ๓   กองทัพภาคที่ ๔
๘. จังหวัดชัยภูมิจัดอยู่ใน จทบ.ใด?
  จทบ.ส.ร.   จทบ.บ.ร.
  จทบ.ร.อ.   จทบ.น.ม.

 

                                     วิชา  กำลังพลสำรอง ( ปี 4   ชาย )  จำนวน 10 ข้อ
๑. กำลังทหารในกองทัพไทย ประกอบด้วยกำลัง ๒ ส่วนคือ
  กำลังประจำการ และกำลังกึ่งทหาร   กำลังประจำการและกำลังสำรอง
  กำลังประจำการและกลุ่มพลังมวลชนที่จัดตั้งแล้ว ไม่มีข้อใดถูก
๒. ในอดีตประเทศไทยมีการเรียกพลตามข้อบังคับของกระทรวงกลาโหมตั้งแต่ปี   พ.ศ.ใด  
  พ.ศ.๒๕๑๖   พ.ศ.๒๕๑๗
  พ.ศ.๒๕๑๘   พ.ศ.๒๕๑๙
๓. ต่อมาได้มีการเรียกพลตามระบบกำลังพลสำรองที่จัดตั้งขึ้นในปี   ๒๕๓๔ เรียกว่าระบบอะไร 
  ระบบการฝึกกำลังพลสำรอง   ระบบ  ๑ : ๑ :   ๑ : ๓
  ระบบ  ๓ : ๓ :   ๔   ระบบการเรียกพล และระดมพล
๔.     จากระบบที่ใช้อยู่ในปี ๒๕๓๔   ได้วิเคราะห์ปัญหาข้อขัดข้องเรื่อยมาจนกระทั่ง 
  ปี   ๒๕๔๗จนถึงปัจจุบันได้พัฒนาเปลี่ยนแปลงจากระบบเมื่อปี ๒๕๓๔ มาเป็นระบบใด ?
  ระบบการฝึกกำลังพลสำรอง   ระบบ  ๑ : ๑ :   ๑ : ๓
  ระบบ  ๓ : ๓ :   ๔   ระบบการเรียกพล และระดมพล
๕. ระบบย่อยที่รองรับระบบใหม่(เริ่มใช้ปี ๒๕๔๗) ยังคงใช้   ๕ ระบบเดิม อยากทราบว่าระบบการผลิต
  กำลังพลสำรอง    ในการผลิตกำลังพลสำรองประเภทผู้บังคับบัญชาหน่วยใดเป็นผู้ผลิต
  กองทัพบก   กองทัพภาค
  หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน   ไม่มีข้อใดถูก
๖. ระบบการควบคุมกำลังพลสำรอง   ในการควบคุมกำลังพลสำรองในเขตพื้นที่ที่ขึ้นตรงต่อกองทัพภาค 
  ที่ขึ้นตรงต่อกองทัพภาค  
             หน่วยใดเป็นผู้ควบคุม
   
   
  หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน   มทบ.
  ศูนย์ฝึกต่าง ๆ    หน่วยฝึกต่าง ๆ 
๗. ระบบการเรียกกำลังพลสำรอง   ประเภทนายทหารสัญญาบัตรซึ่งจะต้องใช้คำสั่งเรียก
  การดำเนินกาเมื่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง   กลาโหมอนุมัติการเรียกแล้ว ใคร? เป็นผู้ส่งคำสั่งเรียกพล
  ไปยังนายทหารสัญญาบัตรกองหนุน  ณ    ภูมิลำเนา
  ผบ.จทบ.   ผบ.มทบ.
  ผบ.นรด.   เจ้าหน้าที่ฝ่ายมหาดไทย
๘. ระบบการเรียกกำลังพลสำรอง   ประเภทนายทหารประทวนและพลทหาร ใครเป็นผู้ดำเนินการเรียกโดย
  อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ. รับราชการทหาร
  ผบ.จทบ.   ผบ.มทบ.
  ผบ.นรด.   เจ้าหน้าที่ฝ่ายมหาดไทย
๙. ระบบการฝึกศึกษากำลังพลสำรองเพื่อเลื่อนยศ   และเลื่อนฐานะ กำลังพลสำรองผู้มีคุณสมบัติและได้รับ
  อนุมัติให้เข้ารับการฝึกแล้ว   จะไปทำการฝึกที่ใด
  ศูนย์ฝึก หรือหน่วยฝึก   รร.กสร.ศสร.
  รร.รด.ศสร.   โรงเรียนของเหล่าต่าง ๆ ในกองทัพบก
๑๐. ระบบการบรรจุและการใช้กำลังพลสำรอง   มีหลักการใช้อย่างไร  
  และทำความสะอาดอาวุธ แบ่งออกเป็นกี่ประเภท  
  ใช้เสริมกำลังกองประจำการ   ใช้ทดแทนกำลัง
  ใช้ขยายกำลังและจัดตั้งหน่วยใหม่     ถูกทุกข้อ
           

 

                                      วิชา  การกำลังสำรอง   (ปี  5 ชาย)        
๑. ในระบบการฝึกศึกษากำลังพลสำรอง    กำลังพลสำรองประเภทใดที่ต้องเข้ารับการฝึกวิชาทหาร,         
  พัฒนา สัมพันธ์ หรือ ทดสอบความพร้อมรบ เป็นเวลา ๓ วัน        
  กำลังพลสำรองพร้อมรบ   กำลังพลสำรองเตรียมพร้อม        
  กำลังพลสำรองทั่วไป   ถูกทุกข้อ         
๒.  หน่วยในระบบกำลังสำรองระดับใดที่ไม่ใช่เป็นผู้ดำเนินการฝึก   ชกท.ให้กำลังสำรองประเภท น. และ ส.        
  ระดับหมวด   ระดับกองร้อย        
  ระดับกองพัน   ระดับกรม        
๓.  หน่วยที่รับผิดชอบในการฝึก นศท.ในยามปกติ   คือหน่วยใด         
  หน่วยกองร้อยหรือกองพัน   หน่วยฝึก จทบ.        
  ศูนย์ฝึก มทบ.   ข้อ ข. และ ข้อ ค. ถูก        
๔.  กำลังพลสำรองประเภทใดที่ต้องเข้ารับการฝึก   ชกท.เป็นเวลา ๘๐ ช.ม.        
  กำลังพลสำรองขั้นต้น    กำลังพลสำรองพร้อมรบ        
   กำลังพลสำรองเตรียมพร้อม   กำลังพลสำรองทั่วไป        
๕.  หน่วยที่รับผิดชอบการฝึก นศท.ในยามปกติ   เมื่อยามสงครามจะเป็นหน่วยให้การสนับสนุนกำลังพล        
    ประจำการเสริมให้กับหน่วยใด ?              
  กองร้อยและกองพันปกติ   กรมสนับสนุน        
  กองร้อยและกองพัน กทท.   กองพล        
๖.  แผนแม่บทการพัฒนาระบบกำลังสำรองของกองทัพบก   มีความมุ่งหมายข้อหนึ่งคืออะไร         
  เพื่อให้สามารถทำการรบได้เท่ากับกำลังประจำการ  เพื่อพัฒนาขีดความสามารถ นศทให้ปฎิบัติ
        หน้าที่ตาม ชกท.ได้เทียบเท่ากับกำลังประจำการ        
  พัฒนากำลังพลสำรองให้สามารถทดแทนกำลังเป็น ไม่มีข้อใดถูก        
  บุคคล, เป็นหน่วย และ ขยายกำลังตาม            
  ขั้นตอนการใช้กำลังยามสงครามได้            
๗.  การพัฒนาระบบการฝึกศึกษากำลังพลสำรองตามแผนแม่บทแบ่งขั้นตอนเป็นกี่ขั้น        
  ๒  ขั้น   ๓  ขั้น        
  ๔  ขั้น   ๕  ขั้น        
๘.  การพัฒนาการฝึกศึกษา นศท.   เพื่อให้มีความรู้ความสามารถในแต่ละชั้นปีดังนี้.        
  ผู้สำเร็จ รด.ปี ๑ – ๒ สามารถปฏิบัติหน้าที่   ผู้สำเร็จ รด.ปี ๓ สามารถปฏิบัติหน้าที่        
    ในระดับผู้บังคับหมู่ได้ตาม   ชกท./เหล่า ที่กำหนด   ในระดับรองผู้บังคับหมวดได้ตาม ชกท./เหล่า        
          ที่กำหนด        
  ผู้สำเร็จ รด. ปี    ๔ สามารถปฏิบัติหน้าที่   ผู้สำเร็จ รด. ปี ๕ สามารถปฏิบัติหน้าที่รอง        
    ในระดับผู้บังคับหมู่ หรือ รองผู้บังคับหมวด     ผู้บังคับหมวด   ได้ตาม ชกท. / เหล่า ที่กำหนด      
       ได้ตาม   ชกท./ เหล่า ที่กำหนด              
๙.  ในแผนแม่บท   การจัดการฝึกศึกษากำลังพลสำรองตามระบบ  ๑   : ๑ : ๑ : ๓ ดำเนินงานเกี่ยวกับอะไร          
  การจัดทำระเบียบและหลักสูตร   การฝึกเบื้องต้น        
    ของกำลังสำรองประเภทต่าง ๆ              
  การฝึกเป็นหน่วยทางยุทธวิธี   การฝึกที่มุ่งเน้นการปฏิบัติ        
๑๐.  การวางแผนดำเนินการเกี่ยวกับระบบการฝึกศึกษา   ในแผนแม่บท ดำเนินการเป็น ๓ ขั้นตอน ขั้นตอนที่ ๑        
           ห้วงปี  ๔๓ – ๔๖  เป็นการดำเนินงานอะไร              
  จัดทำหลักสูตร   เตรียมความพร้อม        
  ปฏิบัติตามแผน   ทดสอบและประเมินผล        
                   
                   
Visitors: 250,578